Saturday, 03 October 2026
Logo

ครอบคลุม ทุกเรื่องราว ชาวพัทยา

โฆษณาผู้สนับสนุน

หมวดหมู่: ท่องเที่ยว

บรรยากาศ Pattaya International Film Festival ครั้งที่ 4 หนึ่งในกิจกรรมขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO
ท่องเที่ยว

Pattaya Film Festival 2026 เปิดจอริมชายหาด ดันพัทยาสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ UNESCO ปี 2570 Pattaya Film Festival 2026 Drives Pattaya Toward UNESCO Creative City of Film

Pattaya Film Festival 2026 เปิดจอริมชายหาด ดันพัทยาสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ UNESCO ปี 2570Pattaya Film Festival 2026 Drives Pattaya Toward UNESCO Creative City of Filmวันที่ 29 สิงหาคม 2569 บริเวณชายหาดพัทยากลาง กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี จัดพิธีเปิด “Pattaya Film Festival” มหกรรมภาพยนตร์ ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ภายใต้การจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 (Pattaya International Film Festival 2026) เพื่อขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCOโดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ นางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมจัดระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อเวนิว พัทยา และชายหาดพัทยากลาง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์ เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ พร้อมนำอุตสาหกรรมภาพยนตร์มาต่อยอดการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับพื้นที่นางยุถิกา กล่าวว่า Pattaya Film Festival ที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญในการเตรียมความพร้อมเสนอเมืองพัทยาเข้าสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO ในปี 2570 โดยพัทยามีศักยภาพทั้งด้านทุนและความหลากหลายทางวัฒนธรรม สถาบันการศึกษา บุคลากรด้านภาพยนตร์ โลเคชันสำหรับการถ่ายทำ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆหากพัทยาได้รับการคัดเลือก จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เมืองเป็นทั้ง พื้นที่ถ่ายทำและจุดหมายของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สามารถดึงทีมผลิต ผู้ประกอบการและการลงทุนเข้าสู่พื้นที่ และเชื่อมโยงรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานรากของเมืองพัทยาด้าน นายพงศ์ธสิษฐ์ กล่าวว่า ภาพยนตร์สามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางนำเสนอทุนทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวของพัทยาและจังหวัดชลบุรีสู่สายตาผู้ชม ช่วยประชาสัมพันธ์พื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคตสำหรับบริเวณชายหาดพัทยากลาง มีกิจกรรมทั้ง ตลาดเมืองสร้างสรรค์ บูธผู้ประกอบการ ร้านค้า เวิร์กช็อป วัฒนธรรมอาหาร และ Business Matching รวมถึงกิจกรรม “Director's Cut Unlock: ถอดรหัสหลังเลนส์ เจาะลึกเลนส์รุ่นใหม่” พูดคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์สั้นเยาวชน พร้อมฉายผลงานจากโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ สร้างคนทำหนัง”ช่วงค่ำมีมินิคอนเสิร์ตจาก นิก เดอะสตาร์ และการฉายภาพยนตร์กลางแปลงเรื่อง “คนเล็กหมัดเทวดา” พร้อมพากย์สดโดยทีมพากย์มาสเตอร์ ขณะที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อเวนิว พัทยา มีการจัดฉายภาพยนตร์วันละ 2 เรื่องตลอดช่วงการจัดงาน Pattaya Film Festival 2026 เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมฟรี ระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการนำภาพยนตร์เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก่อนเดินหน้าเป้าหมายผลักดัน เมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO ในปี 2570

29 Aug 2026
ท่องเที่ยว

อพท.–เมืองพัทยา มอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้นเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 ผลงานไทย–ต่างชาติส่งชิงกว่า 120 เรื่อง ปูทางยื่น UNESCO ปี 2570

อพท.–เมืองพัทยา มอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้นเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 ผลงานไทย–ต่างชาติส่งชิงกว่า 120 เรื่อง ปูทางยื่น UNESCO ปี 2570วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า (SF Cinema) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง หรือ อพท.พัทยา ร่วมกับเมืองพัทยา จัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัล “การประกวดภาพยนตร์สั้นเมืองพัทยา ครั้งที่ 4” ภายใต้หัวข้อ “ความยั่งยืน” พร้อมฉายผลงานภาพยนตร์สั้นที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยมี นางสาววัชรี ชูรักษา รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา ตลอดจนผู้สร้างสรรค์ผลงาน เยาวชน นักศึกษา คนในวงการภาพยนตร์ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “การประกวดภาพยนตร์สั้นกับการขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก” โดยผู้บริหารเมืองพัทยาและ อพท. ร่วมพูดถึงการนำภาพยนตร์มาเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองและต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งการประกวดครั้งนี้เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปโดยไม่จำกัดเพศ อายุ วุฒิการศึกษา หรือสัญชาติ ส่งผลงานภายใต้หัวข้อ “ความยั่งยืน” โดยปีนี้เพิ่มประเภทภาพยนตร์สั้นเสียงภาษาต่างประเทศ เพื่อขยายเวทีสู่ระดับนานาชาติ มีผลงานภาษาไทยส่งเข้าประกวดกว่า 90 เรื่อง และผลงานภาษาต่างประเทศกว่า 30 เรื่อง ขณะที่โครงการได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ในวงการภาพยนตร์ทั่วโลกประมาณ 60 เว็บไซต์นางสาววัชรี กล่าวว่า ผลตอบรับในปีนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดย อพท. ต้องการใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้ พัฒนาคน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมืองพัทยา หลังจากเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง 4 ปี เป้าหมายสำคัญในปี 2570 คือการผลักดันเมืองพัทยาเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network) ด้านภาพยนตร์ เพื่อยกระดับเมืองพัทยาสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติสำหรับผลการประกวด ประเภทภาพยนตร์สั้นเสียงภาษาไทย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “Same Day, Same Shore (วันนั้นของปี)” ทีม Bandon Film รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เรื่อง “Sustainable Love (รักนี้ไม่มีหมดอายุ)” ทีม WatDidWedoo รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เรื่อง “ภาษาแม่” ทีม Bozo gazano รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตรส่วน ประเภทภาพยนตร์สั้นเสียงภาษาต่างประเทศ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “The Last Spin” ทีม Nipan Studio รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เรื่อง “The Borrowed Voice” ทีม Marnoy68 รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เรื่อง “The daily angler” ทีม Ban Lao Film Production รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตรนอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยอีก 14 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รวมการประกวดทั้งสิ้น 20 รางวัล มูลค่าเงินรางวัลรวม 340,000 บาท

27 Aug 2026
ท่องเที่ยว

นายกพัทยาพร้อมรับทหารสหรัฐ คาด USS Abraham Lincoln เยือนไทย ทหารราว 5,000 นายพักฟื้นหลังภารกิจยาว หนุนเงินสะพัดเมืองท่องเที่ยว

นายกพัทยาพร้อมรับทหารสหรัฐ คาด USS Abraham Lincoln เยือนไทย ทหารราว 5,000 นายพักฟื้นหลังภารกิจยาว หนุนเงินสะพัดเมืองท่องเที่ยว พัทยาเตรียมพร้อมต้อนรับกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ หลังมีรายงานเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เตรียมเยือนประเทศไทยในสัปดาห์หน้า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในตะวันออกกลาง ขณะที่นายกเมืองพัทยาระบุ เมืองพร้อมดูแลความปลอดภัยและรองรับกำลังพลที่เดินทางเข้าพักผ่อน คาดหากทหารราว 5,000 นายเข้ามาใช้จ่ายในพื้นที่ อาจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 5–15 ล้านบาท USS Abraham Lincoln มีกำลังพลทั้งทหารเรือและนาวิกโยธินอยู่บนเรือประมาณ 5,000 นาย โดยมีรายงานว่า ตลอดภารกิจครั้งนี้กำลังพลไม่ได้แวะพักท่าเรืออย่างเต็มรูปแบบมานานกว่า 200 วัน ด้านกองทัพเรือไทยระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ จะเข้าเยือนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย เพื่อพักและฟื้นฟูกำลังพล รวมถึงรับการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุง โดย ไม่ใช่การฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับประเทศไทย   นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยามีโอกาสต้อนรับกำลังพลทหารสหรัฐฯ เป็นระยะ เมื่อมีเรือรบเดินทางเข้ามาในพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก โดยผู้ประกอบการในเมืองพัทยามีความยินดีที่จะต้อนรับกำลังพลที่เดินทางมาพักผ่อนหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ในด้านความปลอดภัย เมืองพัทยาจะประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่เทศกิจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและกำลังพลที่เดินทางเข้ามาใช้บริการในพื้นที่ นายกเมืองพัทยายังประเมินว่า หากกำลังพลเข้ามาพักผ่อนและใช้จ่ายในเมืองพัทยา จะส่งผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบันเทิง การเดินทาง และธุรกิจบริการต่าง ๆ โดยคาดว่ากำลังพลอาจมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อคน หากคิดจากกำลังพลประมาณ 5,000 นาย จะคิดเป็นเม็ดเงินเบื้องต้นประมาณ 5–15 ล้านบาท หากกำลังพลทั้งหมดเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในพัทยาตามกรอบดังกล่าว ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการจากค่าใช้จ่ายต่อคนที่นายกเมืองพัทยาระบุ และยังขึ้นอยู่กับจำนวนกำลังพลที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งและเดินทางเข้ามาในพื้นที่จริง สำหรับ เรือUSS Abraham Lincoln มีกำลังพลทั้งทหารเรือและนาวิกโยธินอยู่บนเรือประมาณ 5,000 นาย พร้อมเรือทั้งหมด 3 ลำ จะเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบังวันที่2 ถึง 6 กันยายน 2569

26 Aug 2026
ท่องเที่ยว

รองกฤษณะร่วมกิจกรรม “เก็บรักษ์” ปลูกพลังจิตอาสาเยาวชน ร่วมดูแลชายหาดพัทยา

รองกฤษณะร่วมกิจกรรม “เก็บรักษ์” ปลูกพลังจิตอาสาเยาวชน ร่วมดูแลชายหาดพัทยาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 บริเวณชายหาดพัทยาเหนือ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา มอบหมายให้ นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะผู้บริหารเมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรม “เก็บรักษ์” นำนักเรียนจิตอาสาร่วมเก็บขยะและดูแลความสะอาดชายหาด เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะและสร้างความตระหนักด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยงานส่งเสริมประชาธิปไตยและสภานักเรียน โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร โดยมีนักเรียนจิตอาสาและคณะกรรมการสภานักเรียนร่วมกันเก็บขยะตลอดบริเวณชายหาดพัทยาเหนือ พร้อมช่วยกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบของพื้นที่สาธารณะการจัดกิจกรรมมุ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมทำประโยชน์เพื่อสังคม เรียนรู้การทำงานจิตอาสา และตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะชายหาดพัทยาซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนอกจากช่วยสร้างความสะอาดและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองพัทยาแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน เพื่อส่งต่อพลังจิตอาสาและการมีส่วนร่วมดูแลเมืองอย่างยั่งยืน

23 Aug 2026
ท่องเที่ยว

โบลท์ ประเทศไทย บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย

โบลท์ ประเทศไทย  บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย เผยต่างชาติใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ ตั้งเป้าใบอนุญาตครบ 100% ก.ย.นี้          เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เปิดโครงการ “Bolt Sure” สนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยกกิจกรรม “Booster Days” ลงพื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 อำนวยความสะดวกคนขับในพื้นที่พัทยา ขณะที่บริษัทเผย พัทยาเป็นตลาดสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารต่างชาติที่มีสัดส่วนการใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ พร้อมเดินหน้าสร้างแรงจูงใจและปรับบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนของผู้ขับขี่ในพื้นที่นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำโบลท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ “Bolt Sure” จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางดิจิทัลของโบลท์ โดยมีทีมงานคอยให้คำแนะนำ ตรวจสอบเอกสาร และช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับ เมืองพัทยา บริษัทมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจากมีผู้ขับขี่จำนวนมากให้ความสนใจเข้าสู่ระบบ ขณะเดียวกันพัทยายังมีโครงสร้างผู้โดยสารที่แตกต่างจากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาตินายณัฐดนย์ ระบุว่า หากพิจารณาสัดส่วนผู้ใช้บริการในพัทยา จะพบว่ามีชาวต่างชาติใช้บริการค่อนข้างมาก และมีสัดส่วนสูงกว่ากรุงเทพฯ สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ บริษัทจึงพยายามพัฒนาฐานลูกค้าให้มีความหลากหลาย รวมถึงออกมาตรการจูงใจ โบนัส และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับขี่พร้อมกันนี้ บริษัทยังพยายามปรับมาตรการด้านแรงจูงใจและราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ในพื้นที่พัทยา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่และรักษาสมดุลของระบบบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวล่าสุด วันที่ 21 สิงหาคม โบลท์ได้นำกิจกรรม “Booster Days” มาจัดที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ช่วยตรวจสอบเอกสาร และอำนวยความสะดวกด้านการลงทะเบียน โดยพบว่ามีผู้ขับขี่ให้ความสนใจเข้าร่วมและเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อกำหนดนายณัฐดนย์ กล่าวว่า การตอบรับของผู้ขับขี่ในพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ขณะที่แนวนโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้ผู้ให้บริการและผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎหมายถือเป็นทิศทางที่ดี ซึ่งโบลท์ให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนอกจากการให้คำปรึกษาแล้ว โบลท์ยังใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน โดยผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและอัปโหลดเข้าสู่ระบบจะได้รับโบนัส 500 บาท พร้อมสิทธิ์ส่วนลดอัตราค่าคอมมิชชันพิเศษ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับส่วนลด 6% และรถยนต์ได้รับส่วนลด 5%บริษัทระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายในปี 2568 ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะและจดทะเบียนยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 โบลท์กำหนดให้ผู้ขับขี่รายใหม่ทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะก่อนเข้าร่วมแพลตฟอร์ม สอดคล้องกับแนวนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันข้อมูลของบริษัทระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วมากกว่า 100,000 ราย และตั้งเป้าให้ผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มดำเนินการอย่างถูกต้องครบ 100% ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569นายณัฐดนย์กล่าวว่า ผู้ขับขี่หลายหมื่นคนทั่วประเทศพึ่งพาแพลตฟอร์มในการสร้างรายได้ บริษัทจึงมองว่าการปฏิบัติตามกฎหมายไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ “Bolt Sure” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงเครื่องมือ คำแนะนำ และแรงจูงใจที่จำเป็นได้ง่ายขึ้นบริษัทเชื่อว่าการลดอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ภาครัฐ และระบบคมนาคมโดยรวม พร้อมเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการ เพื่อยกระดับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันให้มีความปลอดภัย โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พัทยา ที่มีทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการเป็นจำนวนมาก

21 Aug 2026
ท่องเที่ยว

“รองวุฒิศักดิ์” สั่งจัดระเบียบที่จอดรถเลียบหาดพัทยา ลด Bus Stop เพิ่มพื้นที่จอดรถนักท่องเที่ยว

“รองวุฒิศักดิ์” สั่งจัดระเบียบที่จอดรถเลียบหาดพัทยา ลด Bus Stop เพิ่มพื้นที่จอดรถนักท่องเที่ยว  ณ ห้องประชุม 231 ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบการจอดรถในถนนเลียบชายหาดพัทยา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ อำเภอบางละมุง ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง สหกรณ์เดินรถสองแถวพัทยา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องการประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน แก้ไขปัญหาการจอดรถที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยเฉพาะการนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์มาจอดเพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าบนถนนเลียบชายหาด ทำให้พื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวลดลง รวมถึงปัญหาการนำเก้าอี้พับมาปล่อยเช่า การทิ้งขยะ และการดื่มสุราสร้างความเดือดร้อนรำคาญเมืองพัทยาจึงกำหนดไม่อนุญาตให้นำรถมาจอดบนถนนเลียบชายหาดเพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าหรือประกอบธุรกิจอื่น พร้อมออกประกาศเมืองพัทยา เรื่องการจัดระเบียบการจอดรถในถนนเลียบชายหาด พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และข้อบัญญัติเมืองพัทยา เรื่องการจัดระเบียบการจอดรถในเขตเมืองพัทยา พ.ศ. 2567 โดยเริ่มบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมาสำหรับผลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1-11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายบริเวณแนวถนนที่ตีเส้นขาว-แดงตลอดชายหาด แม้ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ แต่พบผู้ฝ่าฝืน 83 ราย เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับ ปรับ ล็อกล้อ และออกบันทึกจับกุมตามขั้นตอนอย่างไรก็ตาม ยังพบอุปสรรคในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเส้นขาว-แดงบนทางเท้าที่ไม่ชัดเจน รวมถึงบางจุดที่ยกเลิกการห้ามจอดไปแล้วแต่ยังมีสีเดิมหลงเหลืออยู่ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน นอกจากนี้ยังพบรถสองแถวรับ-ส่งผู้โดยสารนอกพื้นที่ Bus Stop และกรณีรถของเจ้าหน้าที่ถูกล็อกล้อ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ประชุมจึงเสนอให้พิจารณาเพิ่มช่องจอดรถจักรยานยนต์ พร้อมจัดทำป้ายและประชาสัมพันธ์ประเภทพื้นที่จอดให้ชัดเจน รวมถึงทบทวนพื้นที่ห้ามจอดบางจุดที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อเพิ่มพื้นที่จอดรถให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนพิจารณาหลักเกณฑ์การผ่อนผันการจอดในช่วงวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้านนายวุฒิศักดิ์ เสนอให้ปรับลดขนาดพื้นที่จุดจอดรถรับ-ส่งของสหกรณ์สองแถว หรือ Bus Stop ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 15 จุด โดยกำหนดจุดจอดขนาดใหญ่ประมาณ 5 จุด สำหรับรองรับรถบัสได้ด้วย ขณะที่อีก 10 จุดให้ปรับลดขนาดพื้นที่ลง และกำชับไม่ให้รถจอดแช่ เพื่อคืนพื้นที่บางส่วนให้เป็นพื้นที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งนี้ เมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่สำรวจและประเมินสภาพพื้นที่จริงอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณโค้งดุสิตเป็นต้นไป เพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดแนวทางจัดระเบียบการจอดรถให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสามารถรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

13 Aug 2026
ท่องเที่ยว

จ.ชลบุรีเดินหน้าภารกิจ “เมืองสะอาดและเป็นระเบียบ” จัด Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ล้างเมืองพัทยา

จ.ชลบุรีเดินหน้าภารกิจ “เมืองสะอาดและเป็นระเบียบ” จัด Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ล้างเมืองพัทยา ยกระดับภูมิทัศน์รับการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 บริเวณทางลอดพัทยากลาง ฝั่งขาเข้าชลบุรี ถนนสุขุมวิท จังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกับทาง เมืองพัทยา  จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้นโยบาย “ชลบุรีเมืองสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย” โดยได้รับเกียรติจาก นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่อย่างพร้อมเพรียงภายในกิจกรรมมีการดำเนินงานอย่างเข้มข้น ทั้งการฉีดล้างทำความสะอาดถนน การทาสีและตีเส้นจราจรใหม่ การขุดลอกท่อระบายน้ำบริเวณถนนสุขุมวิท รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเกาะกลางถนน เพื่อให้เกิดความสะอาด เป็นระเบียบ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางสัญจรทั้งนี้ทางจังหวัดชลบุรีได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการไว้ 6 ด้านหลัก โดยด้านที่ 4 คือ “ชลบุรีเมืองสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย” ซึ่งมุ่งยกระดับความสะอาด ความเป็นระเบียบ และภาพลักษณ์ของเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดชลบุรีสำหรับกิจกรรม Big Cleaning Day ประจำปีงบประมาณ 2569 จังหวัดชลบุรีได้กำหนดจัดขึ้นรวมทั้งสิ้น 19 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วทั้งจังหวัด โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ได้จัดกิจกรรมครั้งที่ 13 บริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าห้างสรรพสินค้าโฮมโปร สาขาแหลมฉบัง พื้นที่เทศบาลตำบลบางละมุง ซึ่งมีการเก็บป้ายโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต ฉีดล้างทางเท้า ตัดหญ้า กำจัดวัชพืช เก็บขยะ และทำความสะอาดริมถนน เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของจังหวัดชลบุรีในการยกระดับความสะอาด ความเป็นระเบียบ และสิ่งแวดล้อมของเมือง เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองน่าท่องเที่ยว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งต่อไปจะส่งต่อภารกิจความสะอาดไปยังพื้นที่อำเภอสัตหีบ เพื่อร่วมกันสร้างจังหวัดชลบุรีให้สะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบในทุกมิติ

11 Jul 2026
ท่องเที่ยว

ต้นละ 5 แสน! สวนนงนุชพัทยาเดินหน้าขยายการอนุรักษ์ “มะพร้าวทะเล” ปลูกเพิ่ม 23 ต้น

ต้นละ 5 แสน! สวนนงนุชพัทยาเดินหน้าขยายการอนุรักษ์ “มะพร้าวทะเล” ปลูกเพิ่ม 23 ต้น สร้างฐานอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากระดับโลกเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 บริเวณค่ายลูกเสือ สวนนงนุชพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมเพื่อนนักเรียนจากวิทยาลัยเซนต์ สตีเฟ่น สแตนลีย์ ฮ่องกง ร่วมปลูกมะพร้าวทะเล (Coco de Mer) เพิ่มอีก 23 ต้น ส่งผลให้สวนนงนุชพัทยามีมะพร้าวทะเลรวมทั้งสิ้น 58 ต้น ถือเป็นหนึ่งในคอลเลกชันมะพร้าวทะเลที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นอีกก้าวสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากระดับโลกการปลูกครั้งนี้ทำให้จำนวนมะพร้าวทะเลเพิ่มจากเดิม 35 ต้น เป็น 58 ต้น พร้อมต้นกล้าอีก 25 ต้น โดยมะพร้าวทะเลแต่ละต้นมีมูลค่าประมาณ 500,000 บาท และถือเป็นฐานการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชนอกแหล่งกำเนิด (Ex Situ Conservation) ที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิจัยและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า การปลูกมะพร้าวทะเลเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เนื่องจากการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากต้องอาศัยระยะเวลา ความต่อเนื่อง และความอดทนหลายสิบปี โดยสวนนงนุชพัทยามุ่งทำหน้าที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวม อนุรักษ์ ศึกษา และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพันธุกรรมพืช เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าให้แก่คนรุ่นต่อไปสำหรับมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด (Coco de Mer) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Lodoicea maldivica เป็นปาล์มหายากที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะบนหมู่เกาะเซเชลส์ กลางมหาสมุทรอินเดีย และเป็นพืชที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันพบได้ในธรรมชาติเพียงไม่กี่แห่ง และอยู่ภายใต้มาตรการคุ้มครองอย่างเข้มงวดในอดีต ชาวเรือมักพบผลมะพร้าวทะเลลอยอยู่กลางมหาสมุทรโดยไม่เคยพบต้นกำเนิด จึงเชื่อกันว่าพืชชนิดนี้เจริญเติบโตอยู่ใต้ทะเล จนได้รับชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า “Coco de Mer” หรือ “มะพร้าวทะเล” ความเชื่อดังกล่าวทำให้ผลของมะพร้าวทะเลได้รับการยกย่องว่าเป็นของหายากและทรงคุณค่า เปรียบเสมือนอัญมณีแห่งโลกพฤกษศาสตร์

04 Jul 2026