ต้นละ 5 แสน! สวนนงนุชพัทยาเดินหน้าขยายการอนุรักษ์ “มะพร้าวทะเล” ปลูกเพิ่ม 23 ต้น สร้างฐานอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากระดับโลก




เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 บริเวณค่ายลูกเสือ สวนนงนุชพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมเพื่อนนักเรียนจากวิทยาลัยเซนต์ สตีเฟ่น สแตนลีย์ ฮ่องกง ร่วมปลูกมะพร้าวทะเล (Coco de Mer) เพิ่มอีก 23 ต้น ส่งผลให้สวนนงนุชพัทยามีมะพร้าวทะเลรวมทั้งสิ้น 58 ต้น ถือเป็นหนึ่งในคอลเลกชันมะพร้าวทะเลที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นอีกก้าวสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากระดับโลก



การปลูกครั้งนี้ทำให้จำนวนมะพร้าวทะเลเพิ่มจากเดิม 35 ต้น เป็น 58 ต้น พร้อมต้นกล้าอีก 25 ต้น โดยมะพร้าวทะเลแต่ละต้นมีมูลค่าประมาณ 500,000 บาท และถือเป็นฐานการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชนอกแหล่งกำเนิด (Ex Situ Conservation) ที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิจัยและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ



นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า การปลูกมะพร้าวทะเลเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เนื่องจากการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากต้องอาศัยระยะเวลา ความต่อเนื่อง และความอดทนหลายสิบปี โดยสวนนงนุชพัทยามุ่งทำหน้าที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวม อนุรักษ์ ศึกษา และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพันธุกรรมพืช เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าให้แก่คนรุ่นต่อไป


สำหรับมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด (Coco de Mer) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Lodoicea maldivica เป็นปาล์มหายากที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะบนหมู่เกาะเซเชลส์ กลางมหาสมุทรอินเดีย และเป็นพืชที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันพบได้ในธรรมชาติเพียงไม่กี่แห่ง และอยู่ภายใต้มาตรการคุ้มครองอย่างเข้มงวด



ในอดีต ชาวเรือมักพบผลมะพร้าวทะเลลอยอยู่กลางมหาสมุทรโดยไม่เคยพบต้นกำเนิด จึงเชื่อกันว่าพืชชนิดนี้เจริญเติบโตอยู่ใต้ทะเล จนได้รับชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า “Coco de Mer” หรือ “มะพร้าวทะเล” ความเชื่อดังกล่าวทำให้ผลของมะพร้าวทะเลได้รับการยกย่องว่าเป็นของหายากและทรงคุณค่า เปรียบเสมือนอัญมณีแห่งโลกพฤกษศาสตร์