Saturday, 03 October 2026
Logo

ครอบคลุม ทุกเรื่องราว ชาวพัทยา

โฆษณาผู้สนับสนุน

อัปเดตข่าวล่าสุด

อาชญากรรม

ตำรวจห้วยใหญ่ ผนึกกำลังปกครองบางละมุง ตั้งด่าน-ลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง รวบสาวประเภทสองพร้อมยาไอซ์และอุปกรณ์เสพ

ตำรวจห้วยใหญ่ ผนึกกำลังปกครองบางละมุง ตั้งด่าน-ลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง รวบสาวประเภทสองพร้อมยาไอซ์และอุปกรณ์เสพ เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.สมภพ มะจันทร์ สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมปล่อยแถวบริเวณหน้า สภ.ห้วยใหญ่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ก่อนออกปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจัดกำลังรถสายตรวจออกลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ภายหลังรับมอบนโยบาย เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าสนามกีฬา ซอยชัยพฤกษ์ โดยทำการตรวจสอบรถจักรยานยนต์และรถยนต์ต้องสงสัยที่สัญจรผ่านจุดตรวจอย่างเข้มงวด กระทั่งพบชายอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้าง มีท่าทางพิรุธ และให้รถจอดก่อนถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพาย พบอุปกรณ์สำหรับเสพยาไอซ์ และเมื่อตรวจค้นร่างกายเพิ่มเติม พบยาไอซ์บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อชั้นใน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองยังได้แบ่งกำลังออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตรวจตราตามชุมชนและซอยต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรม ป้องกันกลุ่มเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยการปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการรักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง.

04 August 2026
อาชญากรรม

ปปส.ภาค 2 เปิดยุทธการ 1386 พิฆาตยาเสพติด ปิดล้อม 6 จุดทั่วบางละมุง

ปปส.ภาค 2 เปิดยุทธการ 1386 พิฆาตยาเสพติด ปิดล้อม 6 จุดทั่วบางละมุง บูรณาการกำลัง 140 นาย รวบทั้งเอเย่นต์ ผู้เสพ และผู้ต้องหาบัญชีม้า เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดถึงราก เมื่อเวลา 05.30น วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “1386 พิฆาตยาเสพติด” ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 140 นาย ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามเบาะแสที่ประชาชนแจ้งผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 โดยมี นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2, พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.เอกรินทร์ สิกขากูล ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2, พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ, พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สารวัตรสืบสวน สภ.บางละมุง, นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง, ผู้แทนกองทัพเรือภาคที่ 1, กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี, สาธารณสุขอำเภอบางละมุง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานภาคี 140 นาย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2, ตำรวจภูธรภาค 2, ฝ่ายปกครองจังหวัดชลบุรี, ทัพเรือภาคที่ 1, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี โดยใช้ข้อมูลจากข้อร้องเรียนของประชาชนผ่านสายด่วน 1386 เป็นฐานในการสืบสวน ขยายผล และเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย เพื่อปิดล้อมตรวจค้นแหล่งพักยาและบุคคลตามข้อร้องเรียนของประชาชน จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยและเครือข่ายผู้สนับสนุน พร้อมขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ค้นหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามแนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ลดปัญหาอาชญากรรมและผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2 กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของประชาชนโดยตรง เพราะทุกเป้าหมายมาจากข้อมูลที่ประชาชนแจ้งผ่านสายด่วน 1386 แสดงให้เห็นว่า ทุกข้อมูลที่ประชาชนส่งมา ภาครัฐรับฟังและลงมือดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยึดหลักการปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ ความเด็ดขาดและรอบคอบ ในการบังคับใช้กฎหมายและขยายผลถึงเครือข่าย, ความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และ ความปลอดภัย ของทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เข้าในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา, สภ.บางละมุง และ สภ.หนองปรือ รวม 6 จุด โดยจุดสำคัญอยู่ภายในชุมชนบ้านพักไม่มีเลขที่ ซอย 12 หนองไม้แก่น หรือบริเวณหลังบ้านช้าง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่ น.ส.สุกัญญา หรือ “กุ้ง” จิตอุทัย อายุ 41 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ประมาณ 5 กรัม และยาบ้า 20 เม็ด ,นายบัญชา หรือ “สอน” บุญสิทธิ์ อายุ 42 ปี พร้อมยาไอซ์ประมาณ 1 กรัม , นายวันธงชัย หรือ “บิน” ม่วงคำหมื่น อายุ 24 ปี พร้อมยาบ้า 300 เม็ด และยาไอซ์ประมาณ 25 กรัม อีกจุดภายในชุมชนไม่มีเลขที่ ซอยพัฒนาการ 4 ตำบลหนองปรือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดี บัญชีม้า ได้ 2 ราย อีก 1 ราย มียาเสพติดไว้ในครอบครอง ส่วนเป้าหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้เสพและผู้ครอบครองยาเสพติดเพิ่มเติมได้อีก 2 ราย ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและคัดกรองเข้าสู่การบำบัดตามกฎหมาย ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ภายใต้แนวทาง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยเน้นการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแจ้งเบาะแสผ่าน สายด่วน ป.ป.ส. 1386 เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนปลอดยาเสพติดและยกระดับความปลอดภัยของสังคมอย่างยั่งยืน.

21 July 2026
อาชญากรรม

อุกอาจ คนร้ายอ้างเป็นหนี้พนันฟุตบอล บุกชิงทองกลางห้าง พูดขู่ อย่าส่งเสียง ผมไม่อยากฆ่าใคร

อุกอาจ คนร้ายอ้างเป็นหนี้พนันฟุตบอล บุกชิงทองกลางห้าง พูดขู่ อย่าส่งเสียง ผมไม่อยากฆ่าใคร ก่อนเผ่นพร้อมสร้อย 2 บาท เมื่อเวลา 19.30  น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ท.สุเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ภายในร้านทองแห่งหนึ่ง บริเวณชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ทราบ ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบพนักงานร้านทองอยู่ในอาการตกใจ ให้การว่าคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อยืด ทำทีเข้ามาขอทดลองสวมสร้อยคอทองคำ โดยเริ่มจากสร้อยน้ำหนัก 3 บาท ก่อนส่งคืน จากนั้นขอลองสวมสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท นางสาววุ้นเส้น อายุ 22 ปี พนักงานร้านทอง ให้ข้อมูลว่า ระหว่างทดลองสวมสร้อย คนร้ายได้พูดว่า “อย่าส่งเสียง ผมไม่อยากฆ่าใคร ผมเป็นหนี้พนันฟุตบอล ต้องการนำเงินไปใช้หนี้เท่านั้น” ก่อนค่อย ๆ เดินออกจากร้าน แล้ววิ่งหลบหนีออกทางด้านหน้าห้าง พนักงานจึงรีบกดสัญญาณแจ้งเหตุ จากการตรวจสอบ คนร้ายได้สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น หลบหนีไป โดยในที่เกิดเหตุพบบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบตกอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นของผู้ก่อเหตุหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากพนักงานร้านทอง มาทราบเหตุหลังจากคนร้ายวิ่งหลบหนีไปแล้ว และเห็นพนักงานวิ่งออกมาติดตาม ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นาน เบื้องต้น พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งวิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี แต่ยังไม่สามารถติดตามตัวได้ ขณะที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด แกะรอยเส้นทางหลบหนี และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

17 July 2026
อุบัติเหตุ

ลุยตรวจสถานบันเทิงพัทยาหลังเหตุไฟไหม้กรุงเทพ

ชลบุรีคุมเข้ม ลุยตรวจสถานบันเทิงพัทยาหลังเหตุไฟไหม้กรุงเทพ เร่งเช็กทางหนีไฟ-อุปกรณ์ดับเพลิง ยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว จากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่สร้างความสูญเสียและกระตุ้นให้หลายหน่วยงานทั่วประเทศเร่งทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัย จังหวัดชลบุรีได้สั่งการระดมทุกภาคส่วนลงพื้นที่ตรวจเข้มสถานบันเทิงในเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิงในพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงป้องกันการกระทำผิดกฎหมายภายในสถานบริการ นายอิสรา กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มีความห่วงใยต่อพื้นที่เมืองพัทยา เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสถานบันเทิงจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้บูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้อาคารของสถานบันเทิงอย่างเข้มงวด การตรวจสอบครั้งนี้มุ่งเน้นการใช้อาคารให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะระบบป้องกันอัคคีภัย เส้นทางหนีไฟ ระบบไฟส่องสว่างภายในอาคาร วัสดุตกแต่งที่อาจเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์ดับเพลิง เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการในการปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมแนะนำให้เพิ่มจำนวนถังดับเพลิงและอุปกรณ์ที่จำเป็นในพื้นที่ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการ และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองพัทยา.

13 July 2026
อาชญากรรม

เปิดบันทึกโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ “พัทยา-สัตหีบ” บทเรียนที่ไม่ควรถูกลืม

เปิดบันทึกโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ “พัทยา-สัตหีบ” บทเรียนที่ไม่ควรถูกลืม พร้อมย้ำความสำคัญของมาตรการป้องกันอัคคีภัยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างอำเภอสัตหีบ เคยเผชิญเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่หลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะโรงแรมและสถานบันเทิง ซึ่งสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทิ้งบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเหตุเพลิงไหม้ครั้งสำคัญ11 กรกฎาคม 2540 – โรงแรมรอยัล จอมเทียน รีสอร์ท พัทยา โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 91 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักมาจากควันพิษ ระบบแจ้งเหตุ และการอพยพที่ไม่มีประสิทธิภาพ เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยอาคารสูงในประเทศไทยปี 2546 – เพลิงไหม้ฮอลลีวูดผับ พัทยาใต้ เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ23 ตุลาคม 2549 – ฮอลลีวูดผับ พัทยาใต้ เกิดเพลิงไหม้อีกครั้งในช่วงหัวค่ำ โชคดีที่ร้านยังมีผู้ใช้บริการไม่มาก จึงไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ7 พฤษภาคม 2549 – รูท 999 ถนนพัทยาสาย 3 เพลิงไหม้สถานบันเทิงช่วงหัวค่ำ มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 57 ราย นับเป็นอีกเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียอย่างมาก โดยหลายฝ่ายระบุว่าหากเกิดในช่วงดึก ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ความสูญเสียอาจรุนแรงกว่านี้12 กันยายน 2564 – The Nashaa Club ถนน Walking Street เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสถานบันเทิงชื่อดัง โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต แต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน5 สิงหาคม 2565 – เมาน์เทน บี ผับ อำเภอสัตหีบ โศกนาฏกรรมที่คนไทยยังจดจำได้ดี เพลิงไหม้ภายในสถานบันเทิง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 50 ราย สะท้อนปัญหาการก่อสร้าง การใช้วัสดุติดไฟ และทางหนีไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน13 กรกฎาคม 2569 – CAT WALK CLUB (Host Club) ซอยเฉลิมพระเกียรติ 29 พัทยาใต้ เกิดเพลิงไหม้ขณะพนักงานกำลังเตรียมเปิดร้าน เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พนักงานชายวัย 29 ปี เสียชีวิตภายในร้าน หลังเข้าไปหลบในห้องน้ำและไม่สามารถออกมาได้ทัน ขณะที่พนักงานคนอื่นสามารถหลบหนีออกมาได้นอกจากนี้ ยังเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรม อาคารพาณิชย์ และสถานประกอบการในพื้นที่พัทยาอีกหลายครั้ง แม้หลายเหตุการณ์จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ล้วนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองทุกโศกนาฏกรรม นำมาซึ่งการเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่แทบทุกครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบสถานบันเทิง โรงแรม และอาคารสาธารณะ โดยเฉพาะ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เครื่องดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง ระบบสปริงเกลอร์ ประตูและบันไดหนีไฟ ป้ายบอกทางออกฉุกเฉิน การใช้วัสดุที่ไม่ลามไฟ การซ้อมอพยพหนีไฟของพนักงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้มงวดในการตรวจสอบมักลดลง จนหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะหลังเกิดเหตุร้ายบทเรียนที่ไม่ควรถูกลืมเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีทั้งโรงแรม สถานบันเทิง และแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับผู้คนจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน การป้องกันอัคคีภัยจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของภาครัฐ แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนโศกนาฏกรรมทุกครั้งที่ผ่านมา ล้วนย้ำเตือนว่า “ไฟไหม้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ความสูญเสียสามารถลดลงได้ หากอาคารมีมาตรฐานความปลอดภัย มีทางหนีไฟที่ใช้งานได้จริง อุปกรณ์ดับเพลิงพร้อมใช้งาน และมีการฝึกซ้อมอพยพอย่างสม่ำเสมอ”เพราะบทเรียนจากอดีต ไม่ควรต้องถูกแลกด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.

13 July 2026
การเมือง

ชาวนาจอมเทียนต้อนรับอบอุ่น "ภิญโญ สายนภา" เข้าทำงานวันแรกในฐานะนายกเทศมนตรี

ชาวนาจอมเทียนต้อนรับอบอุ่น "ภิญโญ สายนภา" เข้าทำงานวันแรกในฐานะนายกเทศมนตรี เน้นย้ำสานต่อนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก​    นาจอมเทียน – บรรยากาศการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่วันแรกของ นายภิญโญ สายนภา หรือ "สจ.กิ๊ก" นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียนคนใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้นำชุมชน และพี่น้องประชาชนที่ให้ความเคารพรัก เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม ณ สำนักงานเทศบาลตำบลนาจอมเทียน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569​   สืบเนื่อง จากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายภิญโญ สายนภา ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ เทคะแนนให้ถึง 1,575 คะแนน ส่งผลให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน การสร้างโอกาสทางอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน​   นายภิญโญ สายนภา นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสเข้ามาทำหน้าที่ โดยให้คำมั่นสัญญาว่า "ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม ผมพร้อมทุ่มเททำงานรับใช้พี่น้องชาวตำบลนาจอมเทียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่ตำบลนาจอมเทียนให้ก้าวหน้าและยั่งยืนสืบไป"​   ทั้งนี้ การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของตำบลนาจอมเทียน ที่จะมุ่งเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาท้องถิ่น ให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

13 July 2026
ท่องเที่ยว

จ.ชลบุรีเดินหน้าภารกิจ “เมืองสะอาดและเป็นระเบียบ” จัด Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ล้างเมืองพัทยา

จ.ชลบุรีเดินหน้าภารกิจ “เมืองสะอาดและเป็นระเบียบ” จัด Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ล้างเมืองพัทยา ยกระดับภูมิทัศน์รับการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 บริเวณทางลอดพัทยากลาง ฝั่งขาเข้าชลบุรี ถนนสุขุมวิท จังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกับทาง เมืองพัทยา  จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้นโยบาย “ชลบุรีเมืองสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย” โดยได้รับเกียรติจาก นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่อย่างพร้อมเพรียงภายในกิจกรรมมีการดำเนินงานอย่างเข้มข้น ทั้งการฉีดล้างทำความสะอาดถนน การทาสีและตีเส้นจราจรใหม่ การขุดลอกท่อระบายน้ำบริเวณถนนสุขุมวิท รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเกาะกลางถนน เพื่อให้เกิดความสะอาด เป็นระเบียบ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางสัญจรทั้งนี้ทางจังหวัดชลบุรีได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการไว้ 6 ด้านหลัก โดยด้านที่ 4 คือ “ชลบุรีเมืองสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย” ซึ่งมุ่งยกระดับความสะอาด ความเป็นระเบียบ และภาพลักษณ์ของเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดชลบุรีสำหรับกิจกรรม Big Cleaning Day ประจำปีงบประมาณ 2569 จังหวัดชลบุรีได้กำหนดจัดขึ้นรวมทั้งสิ้น 19 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วทั้งจังหวัด โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ได้จัดกิจกรรมครั้งที่ 13 บริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าห้างสรรพสินค้าโฮมโปร สาขาแหลมฉบัง พื้นที่เทศบาลตำบลบางละมุง ซึ่งมีการเก็บป้ายโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต ฉีดล้างทางเท้า ตัดหญ้า กำจัดวัชพืช เก็บขยะ และทำความสะอาดริมถนน เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของจังหวัดชลบุรีในการยกระดับความสะอาด ความเป็นระเบียบ และสิ่งแวดล้อมของเมือง เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองน่าท่องเที่ยว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งต่อไปจะส่งต่อภารกิจความสะอาดไปยังพื้นที่อำเภอสัตหีบ เพื่อร่วมกันสร้างจังหวัดชลบุรีให้สะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบในทุกมิติ

11 July 2026
ทั่วไป

ของถูกเพียบ! ชาวพัทยาแห่ช้อป “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้”

ของถูกเพียบ! ชาวพัทยาแห่ช้อป “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” สินค้าราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าครองชีพเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้ เมืองพัทยา ครั้งที่ 1” โดยมีผู้บริหารเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงานเมืองพัทยา ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคักภายในงานมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากผู้ประกอบการหลายพื้นที่มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง อาหารปรุงสุก ผักปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของใช้ในครัวเรือนอีกหลากหลายรายการบรรยากาศตลอดการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน ข้าราชการ และพนักงานเมืองพัทยาเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าหลายรายการจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรมการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามนโยบายลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนทั้งนี้ เมืองพัทยากำหนดจัดกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” เป็นประจำ ทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาประหยัด พร้อมร่วมอุดหนุนผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง.

11 July 2026
ทั่วไป

ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต

ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ  ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต     เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานเปิดโครงการ “ท่าเรือแหลมฉบัง ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน”  โดยมีผู้นำชุมชน  ประชาชน จาก 39 ชุมชน  เข้าร่วมนางสิริมา เผยว่า ปีนี้ ท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับโรงพยาบาลแหลมฉบัง จัดตรวจสุขภาพให้ประชาชนใน 39 ชุมชน ครอบคลุมการตรวจ 20 รายการ แบ่งเป็นการตรวจเลือดและการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อให้ประชาชนทราบภาวะสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกันและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดย ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับท่าเรือ ซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนจนมักละเลยการดูแลสุขภาพของตนเอง ท่าเรือจึงต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง เพราะเมื่อดูแลตัวเองได้ ก็จะสามารถดูแลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมย้ำว่า การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญของทุกช่วงวัย ท่าเรือแหลมฉบังจะยังคงเดินหน้าดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัย โดยหลังเสร็จสิ้นโครงการตรวจสุขภาพ ยังมีการสนับสนุนงบประมาณจ้างครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่โรงเรียนรอบท่าเรือ 7 แห่ง ในพื้นที่ 3 เขตเทศบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนอกจากนี้ ท่าเรือแหลมฉบังยังจัดกิจกรรมซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับชุมชนและสถานศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่รอบท่าเรือด้านนางรุ่งทิวา ใจกุศล ประธานชุมชนบ้านทุ่งกราด กล่าวว่า โครงการตรวจสุขภาพของท่าเรือแหลมฉบังเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้นำชุมชนและประชาชนได้เข้าถึงการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง หลายคนที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อนสามารถตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที จึงอยากให้มีการจัดโครงการลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

10 July 2026
อุบัติเหตุ

ไฟไหม้รถเอสยูวี หวิดวอดทั้งคัน คนขับเผยโชคดีที่ไม่เกิดตอนส่งหลานไปโรงเรียน

 ไฟไหม้รถเอสยูวี หวิดวอดทั้งคัน คนขับเผยโชคดีที่ไม่เกิดตอนส่งหลานไปโรงเรียน เมื่อเวลา 07.40 น. ( 9 กรกฎาคม 2569 ) ร.ต.อ.นทีกานต์ ยอดสร้อย รอง สว.จร.สภ.บางละมุง กำลังออกตรวจสภาพการจราจรบริเวณถนนสายชัยพรวิถี (ถนนหนองปรือ - อ่างเก็บน้ำมาบประชัน ) พอมาถึงบริเวณ หน้าร้านยางรถยนต์ ใกล้กับปากซอยชัยพรวีถี ม.4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปรากฏว่ามีรถเอสยูวี จอดอยู่ข้างถนน โดยมีกลุ่มควันและแสงเพลิง โพยพุ่งออกมาบริเวณห้องเครื่องจำนวนมาก จึงทำการจอดรถปิดเส้นทางการจราจรพร้อมกับประสาน รถดับเพลิงเมืองพัทยา และ รถดับเพลิง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา มาช่วยทำการดับไฟในเบื้องต้น รถเอสยูวี คันดังกล่าว เป็นรถยี่ห้อโตโยต้า คอส สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 ขฐ 4451 กทม. โดยพบว่ามีกลุ่มควันและแสงเพลิง ออกมาจากบริเวณห้องเครื่องยนต์ โดยพนักงานร้านยางรถยนต์ และ ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ พยายามนำถังเคมี และ น้ำมาฉีดควบคุมเพลิง  แต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ โดยเพลิงได้ลุกไหมอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่  จนกระทั่งรถดับเพลิงของมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา เดินทางมาถึง ได้ระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิง โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยพบว่าห้องเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายทั้งหมด และในห้องโดยสารได้รับความเสียหายบางส่วน นางรดา สายสุขอนันต์ อายุ 56 ปี คนขับรถเอสยูวี เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถกลับบ้านพัก หลังจากเสร็จจากการส่งหลาน ไปโรงเรียน พอขี่รถเข้าซอยชัยพรวิถี (ซอยหนองปรือ) สังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณห้องเครื่องยนต์ เนื่องจากมีกลุ่มควันพุ่งออกมา จึงตัดสินใจจอดรถ และเรียกให้คนช่วย ในระหว่างที่ลงจากรถมาตรวจสอบ เพียงไม่กี่นาทีก็มีแสงเพลิงพุ่งออกมา และลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งรถคันนี้ตนเองใช้มาได้ประมาณ 4-5 ปี โดยยังไม่ทราบสาเหตุจากต้นเพลิงเกิดจากสาเหตุใด และถือว่าโชคดีมาก ที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในช่วงที่กำลังขับรถส่งหลานไปโรงเรียนทีมข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้กับจุดเกิดเหตุ เวลา 07.39 น. จะเห็นรถเอสยูวี สีดำ ขับมาจอดบริเวณหน้าร้านยางรถยนต์ โดยคนขับมีการบีบเตร ขอความช่วยเหลือเสียงดังสนั่นลั่นถนน  เนื่องจากที่บริเวณห้องเครื่องยนต์มีกลุ่มควันพุ่งทะลุฝากระโปรงรถออกมาจำนวนมาก ซึ่งในจังหวะนั้นมีรถตำรวจจราจร สภ.บางละมุง ผ่านมาพอดี จึงทำการปิดเส้นทางการจราจร จากนั้นเพียงแค่ 1 นาที จะเริ่มเห็นแสงเพลิงประทุออกมาจากเครื่องยนต์ พนักงานยางรถยนต์และ ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ พยายามลากสายยางฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิง รวมถึง นำถังสารเคมีมาช่วยกันดับไฟ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จากกระทั่ง เวลา 07.46 น. จ่ายรถอุปกรณ์ดับเพลิง ของมูลนิธิหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ และระดมฉีดน้ำดับไฟ จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ดังกล่าว…

09 July 2026
อุบัติเหตุ

คลื่นลมแรงซัดเรือท่องเที่ยวเกยหาดพัทยาพังยับ เจ้าของตั้งข้อสงสัยเชือกสมออาจถูกตัด เสียหายนับแสนบาท

คลื่นลมแรงซัดเรือท่องเที่ยวเกยหาดพัทยาพังยับ เจ้าของตั้งข้อสงสัยเชือกสมออาจถูกตัด เสียหายนับแสนบาทผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีเรือท่องเที่ยวขนาดเล็กถูกคลื่นลมแรงซัดเข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาดพัทยา ปากซอยพัทยา 1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้ตัวเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเรือท่องเที่ยวขนาดเล็กเกยอยู่ริมชายหาด ท่ามกลางคลื่นลมที่ยังคงพัดกระหน่ำและซัดกระแทกตัวเรืออย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงสร้างด้านข้างเรือแตกเสียหาย ขณะเดียวกัน เรือขนาดเล็กหลายลำที่ทอดสมออยู่กลางทะเลต่างโคลงเคลงอย่างรุนแรงจากอิทธิพลของคลื่นลมนายประสิทธิ์ สุขกูล อายุ 59 ปี เจ้าของเรือ เปิดเผยว่า ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากผู้ที่อยู่บริเวณชายหาดว่าเรือของตนหลุดจากจุดทอดสมอ ก่อนถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง เมื่อเดินทางมาตรวจสอบพบว่าด้านขวาของตัวเรือแตกเสียหายอย่างหนักเจ้าของเรือระบุว่า เรือดังกล่าวทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 200 เมตร ใช้สำหรับรับส่งนักท่องเที่ยวและให้บริการเช่าเหมาลำออกตกปลา แม้ไม่ได้ใช้งานมาเกือบ 1 ปี แต่ยังมีการดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่ทำให้เรือหลุดจากสมอได้ โดยเจ้าของเรือตั้งข้อสังเกตว่า เชือกสมอมีขนาดใหญ่ ไม่น่าจะขาดได้ง่าย จึงไม่ตัดประเด็นว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีแอบตัดเชือกสมอ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน และมีความเป็นไปได้เช่นกันว่าคลื่นลมที่รุนแรงอาจเป็นสาเหตุให้เชือกขาดเบื้องต้นยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายเรือออกจากจุดเกิดเหตุได้ เนื่องจากต้องรอให้สภาพอากาศเอื้ออำนวย พร้อมประเมินความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง คาดว่ามูลค่าความเสียหายอยู่ที่หลายแสนบาท หากพบว่าความเสียหายรุนแรงเกินกว่าจะซ่อมแซมในพื้นที่ อาจต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการกู้เรือออกจากชายหาดต่อไป

09 July 2026
ทั่วไป

พัทยาเร่งลอกท่อจอมเทียน หลังพบตะกอนหนา 90 ซม. แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำดำไหลลงทะเล

พัทยาเร่งลอกท่อจอมเทียน หลังพบตะกอนหนา 90 ซม. แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำดำไหลลงทะเลเมืองพัทยาเร่งแก้ไขระบบระบายน้ำบริเวณหาดจอมเทียน หลังฝนตกหนักเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีน้ำสีดำไหลออกจากท่อระบายน้ำลงสู่ทะเล ล่าสุดลงพื้นที่ตรวจสอบพบตะกอนดินสะสมในท่อหนาถึง 90 เซนติเมตร จึงสั่งเร่งลอกท่อตลอดแนวเกือบ 2 กิโลเมตรนายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักการช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานลอกท่อระบายน้ำ บริเวณหน้าตลาดเดอะนาว จอมเทียน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาสืบเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเมืองพัทยา โดยเฉพาะบริเวณหาดจอมเทียนเกิดน้ำท่วมขัง อีกทั้งยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีคลิปเผยให้เห็นน้ำสีดำไหลออกจากท่อระบายน้ำลงสู่ทะเล สร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพน้ำทะเล และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เมืองพัทยาได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำอย่างละเอียด พบว่าภายในบ่อพักท่อระบายน้ำ ซึ่งมีความลึกประมาณ 2 เมตร มีตะกอนดินสะสมเป็นจำนวนมาก โดยมีความหนาประมาณ 90 เซนติเมตร ส่งผลให้พื้นที่หน้าตัดของท่อลดลง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้าในช่วงที่มีฝนตกหนักนายเกียรติศักดิ์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการลอกท่อระบายน้ำตลอดแนวท่อที่เชื่อมต่อไปยังบริเวณแยกหนองพอง ระยะทางรวมเกือบ 2 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 วัน จึงจะแล้วเสร็จ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดการสะสมของตะกอน และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่โดยการเร่งลอกท่อระบายน้ำในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมรับมือฝนในช่วงฤดูมรสุม เพื่อให้ระบบระบายน้ำสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำในพื้นที่เสี่ยงของหาดจอมเทียนและพื้นที่ใกล้เคียง.

07 July 2026