Monday, 17 August 2026
Logo

ครอบคลุม ทุกเรื่องราว ชาวพัทยา

โฆษณาผู้สนับสนุน

อัปเดตข่าวล่าสุด

ทั่วไป

เมืองพัทยาเปิด “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ช่วยลดค่าครองชีพ ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน**

 เมืองพัทยาเปิด “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ช่วยลดค่าครองชีพ ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน (14 สิงหาคม 2569) ณ บริเวณหน้ากลุ่มงานกฎหมาย อาคาร 2 ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดกิจกรรม ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมร่วมอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างคึกคัก เมืองพัทยาจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดหลากหลายประเภท อาทิ อาหารสด อาหารปรุงสุก ผักปลอดสารพิษ สมุนไพร ไข่ไก่สด รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าทั้งนี้ เมืองพัทยามุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจระดับชุมชน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยลดภาระค่าครองชีพ สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้า อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ช้อปคุ้ม ช่วยชุมชน อุดหนุนของดีราคาประหยัด เปิดจำหน่ายทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ณ บริเวณหน้ากลุ่มงานกฎหมาย อาคาร 2 ศาลาว่าการเมืองพัทยา ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

14 August 2026
ท่องเที่ยว

“รองวุฒิศักดิ์” สั่งจัดระเบียบที่จอดรถเลียบหาดพัทยา ลด Bus Stop เพิ่มพื้นที่จอดรถนักท่องเที่ยว

“รองวุฒิศักดิ์” สั่งจัดระเบียบที่จอดรถเลียบหาดพัทยา ลด Bus Stop เพิ่มพื้นที่จอดรถนักท่องเที่ยว  ณ ห้องประชุม 231 ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบการจอดรถในถนนเลียบชายหาดพัทยา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ อำเภอบางละมุง ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง สหกรณ์เดินรถสองแถวพัทยา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องการประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน แก้ไขปัญหาการจอดรถที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยเฉพาะการนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์มาจอดเพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าบนถนนเลียบชายหาด ทำให้พื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวลดลง รวมถึงปัญหาการนำเก้าอี้พับมาปล่อยเช่า การทิ้งขยะ และการดื่มสุราสร้างความเดือดร้อนรำคาญเมืองพัทยาจึงกำหนดไม่อนุญาตให้นำรถมาจอดบนถนนเลียบชายหาดเพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าหรือประกอบธุรกิจอื่น พร้อมออกประกาศเมืองพัทยา เรื่องการจัดระเบียบการจอดรถในถนนเลียบชายหาด พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และข้อบัญญัติเมืองพัทยา เรื่องการจัดระเบียบการจอดรถในเขตเมืองพัทยา พ.ศ. 2567 โดยเริ่มบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมาสำหรับผลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1-11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายบริเวณแนวถนนที่ตีเส้นขาว-แดงตลอดชายหาด แม้ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ แต่พบผู้ฝ่าฝืน 83 ราย เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับ ปรับ ล็อกล้อ และออกบันทึกจับกุมตามขั้นตอนอย่างไรก็ตาม ยังพบอุปสรรคในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเส้นขาว-แดงบนทางเท้าที่ไม่ชัดเจน รวมถึงบางจุดที่ยกเลิกการห้ามจอดไปแล้วแต่ยังมีสีเดิมหลงเหลืออยู่ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน นอกจากนี้ยังพบรถสองแถวรับ-ส่งผู้โดยสารนอกพื้นที่ Bus Stop และกรณีรถของเจ้าหน้าที่ถูกล็อกล้อ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ประชุมจึงเสนอให้พิจารณาเพิ่มช่องจอดรถจักรยานยนต์ พร้อมจัดทำป้ายและประชาสัมพันธ์ประเภทพื้นที่จอดให้ชัดเจน รวมถึงทบทวนพื้นที่ห้ามจอดบางจุดที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อเพิ่มพื้นที่จอดรถให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนพิจารณาหลักเกณฑ์การผ่อนผันการจอดในช่วงวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้านนายวุฒิศักดิ์ เสนอให้ปรับลดขนาดพื้นที่จุดจอดรถรับ-ส่งของสหกรณ์สองแถว หรือ Bus Stop ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 15 จุด โดยกำหนดจุดจอดขนาดใหญ่ประมาณ 5 จุด สำหรับรองรับรถบัสได้ด้วย ขณะที่อีก 10 จุดให้ปรับลดขนาดพื้นที่ลง และกำชับไม่ให้รถจอดแช่ เพื่อคืนพื้นที่บางส่วนให้เป็นพื้นที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งนี้ เมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่สำรวจและประเมินสภาพพื้นที่จริงอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณโค้งดุสิตเป็นต้นไป เพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดแนวทางจัดระเบียบการจอดรถให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสามารถรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

13 August 2026
สิ่งแวดล้อม

คนรักษ์เขาไผ่ จี้ทบทวนพื้นที่ 33 ไร่ ห่วงโครงการศูนย์สุนัขจรจัดกระทบป่าต้นน้ำ–คลองน้ำขาว

คนรักษ์เขาไผ่ จี้ทบทวนพื้นที่ 33 ไร่ ห่วงโครงการศูนย์สุนัขจรจัดกระทบป่าต้นน้ำ–คลองน้ำขาว ชงเชิญนายกพัทยาชี้แจง กมธ. จากที่  นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าและเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ส.ป.ก. และตัวแทนภาคประชาชนเข้าชี้แจง หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ คือกรณีพื้นที่ป่าเขาไผ่ ซึ่งภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวคิดการขอใช้พื้นที่ของเมืองพัทยา เพื่อดำเนินโครงการดูแลสุนัขจรจัด โดยกังวลว่าพื้นที่บางส่วนอยู่ใกล้แหล่งต้นน้ำและลำคลอง อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต   ล่าสุด  ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ  นายสุไอนี เจริญสุข ประธานชมรมคนรักษ์เขาไผ่ เปิดเผยว่า ทางชมรมติดตามปัญหาในพื้นที่เขาไผ่มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดเหตุไฟไหม้ป่าบริเวณลำห้วยช้างตายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเชื่อมโยงกับระบบต้นน้ำของน้ำตกโกรกหมาตาย รวมถึงติดตามปัญหาการรังวัดที่ดินและการบุกรุกใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า นายสุไอนีระบุว่า ในที่ประชุม กมธ. มีการสอบถามถึงโครงการศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า เมืองพัทยาเคยมีแนวคิดขอใช้พื้นที่บริเวณด้านทิศใต้ของเขาไผ่ ติดแนวถนน ในพื้นที่ประมาณ 33 ไร่ นายสุไอนีกล่าวว่า ภาคประชาชนไม่ได้คัดค้านแนวคิดการจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด เนื่องจากเห็นว่าปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่พัทยาและบางละมุงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ แต่สิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือ “ความเหมาะสมของพื้นที่” จากการลงสำรวจพื้นที่ นายสุไอนีอ้างว่า บริเวณดังกล่าวมีสภาพลาดเอียงลงสู่ “คลองน้ำขาว” ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่ห้วยใหญ่และพื้นที่ปลายน้ำ จึงกังวลว่าหากมีการก่อสร้างศูนย์ดูแลสุนัขจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงจากน้ำเสียหรือของเสียไหลลงสู่ลำคลอง หากระบบบริหารจัดการไม่เพียงพอ “เราเห็นด้วยกับการดูแลสุนัขจรจัด แต่ไม่อยากให้การแก้ปัญหาจากพื้นที่หนึ่ง กลายเป็นการสร้างปัญหาให้อีกพื้นที่หนึ่ง เรื่องน้ำและป่าต้นน้ำมีความสำคัญ หากมีพื้นที่ราบและอยู่ห่างจากลำห้วย ก็ควรนำมาเปรียบเทียบความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ” นายสุไอนีกล่าว ประธานชมรมคนรักษ์เขาไผ่ยังระบุว่า พื้นที่บริเวณนี้เคยมีปัญหาการเข้าบุกรุก แผ้วถาง และความพยายามเข้าครอบครองพื้นที่มาก่อน จึงต้องการให้การใช้พื้นที่ของหน่วยงานรัฐมีความชัดเจน โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูล ส่วนความคืบหน้าของโครงการ นายสุไอนีระบุว่า จากข้อมูลที่ตนติดตามจากการเผยแพร่ข้อมูลของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าใจว่าโครงการได้ผ่านการพิจารณาในระดับหนึ่งแล้ว และเคยมีการกล่าวถึงงบประมาณประมาณ 40 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังควรได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเมืองพัทยาและหน่วยงานเจ้าของพื้นที่อีกครั้ง นายสุไอนียังเสนอว่า หากเมืองพัทยามีความจำเป็นต้องจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดจริง ควรพิจารณาพื้นที่ทางเลือกที่เป็นพื้นที่ราบ อยู่ห่างจากชุมชนและแหล่งน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ รวมทั้งควรมีการศึกษาผลกระทบและระบบจัดการน้ำเสีย ของเสีย กลิ่น และสุขอนามัยอย่างรอบด้าน สำหรับการประชุม กมธ.ครั้งดังกล่าว เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ นายชีวะภาพได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง นายสุไอนีระบุด้วยว่า มีแนวคิดเสนอให้เชิญผู้บริหารเมืองพัทยาเข้าร่วมชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อให้ข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับโครงการ ทั้งสถานะการดำเนินงาน เหตุผลในการเลือกพื้นที่ ขนาดพื้นที่ งบประมาณ และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อแหล่งน้ำและป่าเขาไผ่ “อยากให้ทุกฝ่ายมาชี้แจงต่อหน้ากัน จะได้รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง และโครงการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว หากพื้นที่นี้ไม่เหมาะสมก็อยากให้พิจารณาพื้นที่อื่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ห่างจากลำห้วยและไม่กระทบป่าต้นน้ำ” นายสุไอนีกล่าว

13 August 2026
อาชญากรรม

ตำรวจห้วยใหญ่ ผนึกกำลังปกครองบางละมุง ตั้งด่าน-ลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง รวบสาวประเภทสองพร้อมยาไอซ์และอุปกรณ์เสพ

ตำรวจห้วยใหญ่ ผนึกกำลังปกครองบางละมุง ตั้งด่าน-ลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง รวบสาวประเภทสองพร้อมยาไอซ์และอุปกรณ์เสพ เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.สมภพ มะจันทร์ สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมปล่อยแถวบริเวณหน้า สภ.ห้วยใหญ่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ก่อนออกปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจัดกำลังรถสายตรวจออกลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ภายหลังรับมอบนโยบาย เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าสนามกีฬา ซอยชัยพฤกษ์ โดยทำการตรวจสอบรถจักรยานยนต์และรถยนต์ต้องสงสัยที่สัญจรผ่านจุดตรวจอย่างเข้มงวด กระทั่งพบชายอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้าง มีท่าทางพิรุธ และให้รถจอดก่อนถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพาย พบอุปกรณ์สำหรับเสพยาไอซ์ และเมื่อตรวจค้นร่างกายเพิ่มเติม พบยาไอซ์บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อชั้นใน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองยังได้แบ่งกำลังออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตรวจตราตามชุมชนและซอยต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรม ป้องกันกลุ่มเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยการปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการรักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง.

04 August 2026
อาชญากรรม

ปปส.ภาค 2 เปิดยุทธการ 1386 พิฆาตยาเสพติด ปิดล้อม 6 จุดทั่วบางละมุง

ปปส.ภาค 2 เปิดยุทธการ 1386 พิฆาตยาเสพติด ปิดล้อม 6 จุดทั่วบางละมุง บูรณาการกำลัง 140 นาย รวบทั้งเอเย่นต์ ผู้เสพ และผู้ต้องหาบัญชีม้า เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดถึงราก เมื่อเวลา 05.30น วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “1386 พิฆาตยาเสพติด” ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 140 นาย ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามเบาะแสที่ประชาชนแจ้งผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 โดยมี นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2, พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.เอกรินทร์ สิกขากูล ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2, พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ, พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สารวัตรสืบสวน สภ.บางละมุง, นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง, ผู้แทนกองทัพเรือภาคที่ 1, กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี, สาธารณสุขอำเภอบางละมุง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานภาคี 140 นาย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2, ตำรวจภูธรภาค 2, ฝ่ายปกครองจังหวัดชลบุรี, ทัพเรือภาคที่ 1, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี โดยใช้ข้อมูลจากข้อร้องเรียนของประชาชนผ่านสายด่วน 1386 เป็นฐานในการสืบสวน ขยายผล และเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย เพื่อปิดล้อมตรวจค้นแหล่งพักยาและบุคคลตามข้อร้องเรียนของประชาชน จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยและเครือข่ายผู้สนับสนุน พร้อมขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ค้นหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามแนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ลดปัญหาอาชญากรรมและผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2 กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของประชาชนโดยตรง เพราะทุกเป้าหมายมาจากข้อมูลที่ประชาชนแจ้งผ่านสายด่วน 1386 แสดงให้เห็นว่า ทุกข้อมูลที่ประชาชนส่งมา ภาครัฐรับฟังและลงมือดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยึดหลักการปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ ความเด็ดขาดและรอบคอบ ในการบังคับใช้กฎหมายและขยายผลถึงเครือข่าย, ความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และ ความปลอดภัย ของทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เข้าในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา, สภ.บางละมุง และ สภ.หนองปรือ รวม 6 จุด โดยจุดสำคัญอยู่ภายในชุมชนบ้านพักไม่มีเลขที่ ซอย 12 หนองไม้แก่น หรือบริเวณหลังบ้านช้าง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่ น.ส.สุกัญญา หรือ “กุ้ง” จิตอุทัย อายุ 41 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ประมาณ 5 กรัม และยาบ้า 20 เม็ด ,นายบัญชา หรือ “สอน” บุญสิทธิ์ อายุ 42 ปี พร้อมยาไอซ์ประมาณ 1 กรัม , นายวันธงชัย หรือ “บิน” ม่วงคำหมื่น อายุ 24 ปี พร้อมยาบ้า 300 เม็ด และยาไอซ์ประมาณ 25 กรัม อีกจุดภายในชุมชนไม่มีเลขที่ ซอยพัฒนาการ 4 ตำบลหนองปรือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดี บัญชีม้า ได้ 2 ราย อีก 1 ราย มียาเสพติดไว้ในครอบครอง ส่วนเป้าหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้เสพและผู้ครอบครองยาเสพติดเพิ่มเติมได้อีก 2 ราย ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและคัดกรองเข้าสู่การบำบัดตามกฎหมาย ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ภายใต้แนวทาง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยเน้นการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแจ้งเบาะแสผ่าน สายด่วน ป.ป.ส. 1386 เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนปลอดยาเสพติดและยกระดับความปลอดภัยของสังคมอย่างยั่งยืน.

21 July 2026
อาชญากรรม

อุกอาจ คนร้ายอ้างเป็นหนี้พนันฟุตบอล บุกชิงทองกลางห้าง พูดขู่ อย่าส่งเสียง ผมไม่อยากฆ่าใคร

อุกอาจ คนร้ายอ้างเป็นหนี้พนันฟุตบอล บุกชิงทองกลางห้าง พูดขู่ อย่าส่งเสียง ผมไม่อยากฆ่าใคร ก่อนเผ่นพร้อมสร้อย 2 บาท เมื่อเวลา 19.30  น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ท.สุเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ภายในร้านทองแห่งหนึ่ง บริเวณชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ทราบ ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบพนักงานร้านทองอยู่ในอาการตกใจ ให้การว่าคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อยืด ทำทีเข้ามาขอทดลองสวมสร้อยคอทองคำ โดยเริ่มจากสร้อยน้ำหนัก 3 บาท ก่อนส่งคืน จากนั้นขอลองสวมสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท นางสาววุ้นเส้น อายุ 22 ปี พนักงานร้านทอง ให้ข้อมูลว่า ระหว่างทดลองสวมสร้อย คนร้ายได้พูดว่า “อย่าส่งเสียง ผมไม่อยากฆ่าใคร ผมเป็นหนี้พนันฟุตบอล ต้องการนำเงินไปใช้หนี้เท่านั้น” ก่อนค่อย ๆ เดินออกจากร้าน แล้ววิ่งหลบหนีออกทางด้านหน้าห้าง พนักงานจึงรีบกดสัญญาณแจ้งเหตุ จากการตรวจสอบ คนร้ายได้สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น หลบหนีไป โดยในที่เกิดเหตุพบบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบตกอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นของผู้ก่อเหตุหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากพนักงานร้านทอง มาทราบเหตุหลังจากคนร้ายวิ่งหลบหนีไปแล้ว และเห็นพนักงานวิ่งออกมาติดตาม ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นาน เบื้องต้น พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งวิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี แต่ยังไม่สามารถติดตามตัวได้ ขณะที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด แกะรอยเส้นทางหลบหนี และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

17 July 2026
อุบัติเหตุ

ลุยตรวจสถานบันเทิงพัทยาหลังเหตุไฟไหม้กรุงเทพ

ชลบุรีคุมเข้ม ลุยตรวจสถานบันเทิงพัทยาหลังเหตุไฟไหม้กรุงเทพ เร่งเช็กทางหนีไฟ-อุปกรณ์ดับเพลิง ยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว จากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่สร้างความสูญเสียและกระตุ้นให้หลายหน่วยงานทั่วประเทศเร่งทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัย จังหวัดชลบุรีได้สั่งการระดมทุกภาคส่วนลงพื้นที่ตรวจเข้มสถานบันเทิงในเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิงในพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงป้องกันการกระทำผิดกฎหมายภายในสถานบริการ นายอิสรา กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มีความห่วงใยต่อพื้นที่เมืองพัทยา เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสถานบันเทิงจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้บูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้อาคารของสถานบันเทิงอย่างเข้มงวด การตรวจสอบครั้งนี้มุ่งเน้นการใช้อาคารให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะระบบป้องกันอัคคีภัย เส้นทางหนีไฟ ระบบไฟส่องสว่างภายในอาคาร วัสดุตกแต่งที่อาจเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์ดับเพลิง เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการในการปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมแนะนำให้เพิ่มจำนวนถังดับเพลิงและอุปกรณ์ที่จำเป็นในพื้นที่ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการ และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองพัทยา.

13 July 2026
อาชญากรรม

เปิดบันทึกโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ “พัทยา-สัตหีบ” บทเรียนที่ไม่ควรถูกลืม

เปิดบันทึกโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ “พัทยา-สัตหีบ” บทเรียนที่ไม่ควรถูกลืม พร้อมย้ำความสำคัญของมาตรการป้องกันอัคคีภัยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างอำเภอสัตหีบ เคยเผชิญเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่หลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะโรงแรมและสถานบันเทิง ซึ่งสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทิ้งบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเหตุเพลิงไหม้ครั้งสำคัญ11 กรกฎาคม 2540 – โรงแรมรอยัล จอมเทียน รีสอร์ท พัทยา โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 91 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักมาจากควันพิษ ระบบแจ้งเหตุ และการอพยพที่ไม่มีประสิทธิภาพ เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยอาคารสูงในประเทศไทยปี 2546 – เพลิงไหม้ฮอลลีวูดผับ พัทยาใต้ เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ23 ตุลาคม 2549 – ฮอลลีวูดผับ พัทยาใต้ เกิดเพลิงไหม้อีกครั้งในช่วงหัวค่ำ โชคดีที่ร้านยังมีผู้ใช้บริการไม่มาก จึงไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ7 พฤษภาคม 2549 – รูท 999 ถนนพัทยาสาย 3 เพลิงไหม้สถานบันเทิงช่วงหัวค่ำ มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 57 ราย นับเป็นอีกเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียอย่างมาก โดยหลายฝ่ายระบุว่าหากเกิดในช่วงดึก ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ความสูญเสียอาจรุนแรงกว่านี้12 กันยายน 2564 – The Nashaa Club ถนน Walking Street เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสถานบันเทิงชื่อดัง โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต แต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน5 สิงหาคม 2565 – เมาน์เทน บี ผับ อำเภอสัตหีบ โศกนาฏกรรมที่คนไทยยังจดจำได้ดี เพลิงไหม้ภายในสถานบันเทิง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 50 ราย สะท้อนปัญหาการก่อสร้าง การใช้วัสดุติดไฟ และทางหนีไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน13 กรกฎาคม 2569 – CAT WALK CLUB (Host Club) ซอยเฉลิมพระเกียรติ 29 พัทยาใต้ เกิดเพลิงไหม้ขณะพนักงานกำลังเตรียมเปิดร้าน เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พนักงานชายวัย 29 ปี เสียชีวิตภายในร้าน หลังเข้าไปหลบในห้องน้ำและไม่สามารถออกมาได้ทัน ขณะที่พนักงานคนอื่นสามารถหลบหนีออกมาได้นอกจากนี้ ยังเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรม อาคารพาณิชย์ และสถานประกอบการในพื้นที่พัทยาอีกหลายครั้ง แม้หลายเหตุการณ์จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ล้วนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองทุกโศกนาฏกรรม นำมาซึ่งการเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่แทบทุกครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบสถานบันเทิง โรงแรม และอาคารสาธารณะ โดยเฉพาะ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เครื่องดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง ระบบสปริงเกลอร์ ประตูและบันไดหนีไฟ ป้ายบอกทางออกฉุกเฉิน การใช้วัสดุที่ไม่ลามไฟ การซ้อมอพยพหนีไฟของพนักงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้มงวดในการตรวจสอบมักลดลง จนหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะหลังเกิดเหตุร้ายบทเรียนที่ไม่ควรถูกลืมเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีทั้งโรงแรม สถานบันเทิง และแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับผู้คนจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน การป้องกันอัคคีภัยจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ของภาครัฐ แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนโศกนาฏกรรมทุกครั้งที่ผ่านมา ล้วนย้ำเตือนว่า “ไฟไหม้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ความสูญเสียสามารถลดลงได้ หากอาคารมีมาตรฐานความปลอดภัย มีทางหนีไฟที่ใช้งานได้จริง อุปกรณ์ดับเพลิงพร้อมใช้งาน และมีการฝึกซ้อมอพยพอย่างสม่ำเสมอ”เพราะบทเรียนจากอดีต ไม่ควรต้องถูกแลกด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.

13 July 2026
การเมือง

ชาวนาจอมเทียนต้อนรับอบอุ่น "ภิญโญ สายนภา" เข้าทำงานวันแรกในฐานะนายกเทศมนตรี

ชาวนาจอมเทียนต้อนรับอบอุ่น "ภิญโญ สายนภา" เข้าทำงานวันแรกในฐานะนายกเทศมนตรี เน้นย้ำสานต่อนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก​    นาจอมเทียน – บรรยากาศการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่วันแรกของ นายภิญโญ สายนภา หรือ "สจ.กิ๊ก" นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียนคนใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้นำชุมชน และพี่น้องประชาชนที่ให้ความเคารพรัก เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม ณ สำนักงานเทศบาลตำบลนาจอมเทียน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569​   สืบเนื่อง จากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายภิญโญ สายนภา ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ เทคะแนนให้ถึง 1,575 คะแนน ส่งผลให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน การสร้างโอกาสทางอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน​   นายภิญโญ สายนภา นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน ได้กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสเข้ามาทำหน้าที่ โดยให้คำมั่นสัญญาว่า "ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม ผมพร้อมทุ่มเททำงานรับใช้พี่น้องชาวตำบลนาจอมเทียนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่ตำบลนาจอมเทียนให้ก้าวหน้าและยั่งยืนสืบไป"​   ทั้งนี้ การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของตำบลนาจอมเทียน ที่จะมุ่งเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาท้องถิ่น ให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

13 July 2026
ท่องเที่ยว

จ.ชลบุรีเดินหน้าภารกิจ “เมืองสะอาดและเป็นระเบียบ” จัด Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ล้างเมืองพัทยา

จ.ชลบุรีเดินหน้าภารกิจ “เมืองสะอาดและเป็นระเบียบ” จัด Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ล้างเมืองพัทยา ยกระดับภูมิทัศน์รับการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 บริเวณทางลอดพัทยากลาง ฝั่งขาเข้าชลบุรี ถนนสุขุมวิท จังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกับทาง เมืองพัทยา  จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งที่ 14 ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้นโยบาย “ชลบุรีเมืองสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย” โดยได้รับเกียรติจาก นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่อย่างพร้อมเพรียงภายในกิจกรรมมีการดำเนินงานอย่างเข้มข้น ทั้งการฉีดล้างทำความสะอาดถนน การทาสีและตีเส้นจราจรใหม่ การขุดลอกท่อระบายน้ำบริเวณถนนสุขุมวิท รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเกาะกลางถนน เพื่อให้เกิดความสะอาด เป็นระเบียบ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางสัญจรทั้งนี้ทางจังหวัดชลบุรีได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการไว้ 6 ด้านหลัก โดยด้านที่ 4 คือ “ชลบุรีเมืองสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย” ซึ่งมุ่งยกระดับความสะอาด ความเป็นระเบียบ และภาพลักษณ์ของเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดชลบุรีสำหรับกิจกรรม Big Cleaning Day ประจำปีงบประมาณ 2569 จังหวัดชลบุรีได้กำหนดจัดขึ้นรวมทั้งสิ้น 19 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วทั้งจังหวัด โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ได้จัดกิจกรรมครั้งที่ 13 บริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าห้างสรรพสินค้าโฮมโปร สาขาแหลมฉบัง พื้นที่เทศบาลตำบลบางละมุง ซึ่งมีการเก็บป้ายโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต ฉีดล้างทางเท้า ตัดหญ้า กำจัดวัชพืช เก็บขยะ และทำความสะอาดริมถนน เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของจังหวัดชลบุรีในการยกระดับความสะอาด ความเป็นระเบียบ และสิ่งแวดล้อมของเมือง เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองน่าท่องเที่ยว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งต่อไปจะส่งต่อภารกิจความสะอาดไปยังพื้นที่อำเภอสัตหีบ เพื่อร่วมกันสร้างจังหวัดชลบุรีให้สะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบในทุกมิติ

11 July 2026
ทั่วไป

ของถูกเพียบ! ชาวพัทยาแห่ช้อป “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้”

ของถูกเพียบ! ชาวพัทยาแห่ช้อป “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” สินค้าราคาประหยัด ช่วยลดภาระค่าครองชีพเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้ เมืองพัทยา ครั้งที่ 1” โดยมีผู้บริหารเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงานเมืองพัทยา ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคักภายในงานมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากผู้ประกอบการหลายพื้นที่มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง อาหารปรุงสุก ผักปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของใช้ในครัวเรือนอีกหลากหลายรายการบรรยากาศตลอดการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน ข้าราชการ และพนักงานเมืองพัทยาเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าหลายรายการจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรมการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามนโยบายลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนทั้งนี้ เมืองพัทยากำหนดจัดกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” เป็นประจำ ทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาประหยัด พร้อมร่วมอุดหนุนผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง.

11 July 2026
ทั่วไป

ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต

ทลฉ.เดินหน้า “ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน” ตรวจสุขภาพ 39 ชุมชนรอบท่าเรือ  ย้ำพัฒนาพื้นที่ควบคู่คุณภาพชีวิต     เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ โรงพยาบาลแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานเปิดโครงการ “ท่าเรือแหลมฉบัง ห่วงใย ใส่ใจ สุขภาพชุมชน”  โดยมีผู้นำชุมชน  ประชาชน จาก 39 ชุมชน  เข้าร่วมนางสิริมา เผยว่า ปีนี้ ท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับโรงพยาบาลแหลมฉบัง จัดตรวจสุขภาพให้ประชาชนใน 39 ชุมชน ครอบคลุมการตรวจ 20 รายการ แบ่งเป็นการตรวจเลือดและการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อให้ประชาชนทราบภาวะสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกันและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดย ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับท่าเรือ ซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชนจนมักละเลยการดูแลสุขภาพของตนเอง ท่าเรือจึงต้องการให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง เพราะเมื่อดูแลตัวเองได้ ก็จะสามารถดูแลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมย้ำว่า การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญของทุกช่วงวัย ท่าเรือแหลมฉบังจะยังคงเดินหน้าดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัย โดยหลังเสร็จสิ้นโครงการตรวจสุขภาพ ยังมีการสนับสนุนงบประมาณจ้างครูสอนภาษาอังกฤษให้แก่โรงเรียนรอบท่าเรือ 7 แห่ง ในพื้นที่ 3 เขตเทศบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนอกจากนี้ ท่าเรือแหลมฉบังยังจัดกิจกรรมซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับชุมชนและสถานศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่รอบท่าเรือด้านนางรุ่งทิวา ใจกุศล ประธานชุมชนบ้านทุ่งกราด กล่าวว่า โครงการตรวจสุขภาพของท่าเรือแหลมฉบังเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยให้ผู้นำชุมชนและประชาชนได้เข้าถึงการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง หลายคนที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อนสามารถตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที จึงอยากให้มีการจัดโครงการลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

10 July 2026