Friday, 02 October 2026
Logo

ครอบคลุม ทุกเรื่องราว ชาวพัทยา

โฆษณาผู้สนับสนุน

อัปเดตข่าวล่าสุด

ทั่วไป

นายกทต.หนองปลาไหลเป็นประธานมอบประกาศนียบัตร ปิดโครงการ D.A.R.E. (ประเทศไทย) สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน ห่างไกลยาเสพติด

นายกทต.หนองปลาไหลเป็นประธานมอบประกาศนียบัตร ปิดโครงการ D.A.R.E. (ประเทศไทย) สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน ห่างไกลยาเสพติด   ที่อาคารอเนกประสงค์วัดหนองเกตุใหญ่ เทศบาลตำบลหนองปลาไหล ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรบางละมุง และโรงเรียนวัดหนองเกตุใหญ่ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการอบรมโครงการ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน D.A.R.E. (ประเทศไทย) โดยมี นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ร.ต.อ.อนิรุทธิ์ บางศรี รอง สว.(ป.) สภ.บางละมุง กล่าวรายงานภายในงานมี นายอนุรัตน์ พิพัฒนานุกูล กต.ตร.สภ.บางละมุง พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้แก่ นางสาวมนฤทัย ชลบุษย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 นายศุภชัย จันทร์ทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 นายฐานันดร บวบเอม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 นางวันดี ทิมทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตลอดจน นางสาวอภิณห์พร สินมณีฐานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองเกตุใหญ่ นางสาวณัฐธยาน์ ทับทอง รองผู้อำนวยการ คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีโครงการ D.A.R.E. (ประเทศไทย) เป็นความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการอบรมหลักสูตรครูตำรวจ D.A.R.E. ถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด รวมถึงการป้องกันตนเองจากพฤติกรรมเสี่ยงและความรุนแรงสำหรับโรงเรียนวัดหนองเกตุใหญ่ มี ร.ต.ท.ปิยะพล ประถมบุตร รองสารวัตรป้องกันปราบปราม ครูตำรวจ D.A.R.E. เป็นผู้ดำเนินการสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 67 คน โดยตลอดระยะเวลาการอบรม นักเรียนให้ความสนใจและตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดีผลการดำเนินโครงการเป็นที่น่าพอใจ นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและสุรา มีทักษะในการตัดสินใจและการหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน รวมถึงเรียนรู้ทางเลือกในการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม โดยไม่พึ่งพายาเสพติดหรือความรุนแรงทั้งนี้ โครงการ D.A.R.E. (ประเทศไทย) สำเร็จลุล่วงด้วยดีจากความร่วมมือของเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ฝ่ายปกครอง กต.ตร.สภ.บางละมุง สถานีตำรวจภูธรบางละมุง โรงเรียนวัดหนองเกตุใหญ่ คณะครู ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน มีความรู้และทักษะในการป้องกันตนเองจากยาเสพติด พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชุมชนต่อไป.

02 October 2026
ทั่วไป

จมน้ำหนัก!! แม่น้ำบางปะกงไหลเอ่อถล่ม 6 หมู่บ้านกบินทร์บุรี กลายเป็นเมืองบาดาล ชาวบ้านกว่า 2 พันคน เดือดร้อนหนัก

จมน้ำหนัก!! แม่น้ำบางปะกงไหลเอ่อถล่ม 6 หมู่บ้านกบินทร์บุรี กลายเป็นเมืองบาดาล ชาวบ้านกว่า 2 พันคน เดือดร้อนหนัก วันนี้ 28 กันยายน 2569 ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา นำเจ็ตสกีและเรือท้องแบนเข้าทำการช่วยเหลือประชาชนกว่า 500 หลังคาเรือน ในเขตพื้นที่หมู่บ้านตำบลหาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังถูกน้ำในแม่น้ำบางปะกง เอ่อไหลทะลัก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตั้งแต่ช่วงตี 1 ของเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมี 6 หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วม ประกอบด้วย แม่น้ำบางปะกง เชื่อมต่อกับต้นน้ำ แม่น้ำปราจีน 1.หมู่บ้านเพชรเอิม 2.หมู่บ้านหาดสูง 3.บ้านซ่ง 4.วังบัวทอง5. เขาดิน  6.บ้านเกาะลอย ตื่นทั้งหกหมู่บ้านมีประชากรได้รับความเดือดร้อนจากการถูกน้ำท่วมกว่า 2 พันคน ในเบื้องต้นหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ติดกับ ต้นน้ำ แม่น้ำบางปะกง ซึ่งเชื่อมต่อมาจากแม่น้ำปราจีน โดยระดับน้ำในแม่น้ำได้สูงขึ้นแต่ช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาก่อนจะเอ่อไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตร บางบ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวถูกจมน้ำนิดหลังคา บางหลังก็ท่วมถึงชั้น 2 ทาง อบต.หาดนางแก้ว , และ กู้ภัยในพื้นที่มีการอพยพผู้คน ตลอดช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ไปทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พบว่าน้ำที่ไหลจากแม่น้ำบางปะกง  เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน  บางจุดมีกระแสน้ำแรง และมีป่าโลกทึบ  ซึ่งการช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยล่าสุด สามารถช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้ง คนแก่ , เด็กเล็ก ,และ สัตว์  มากกว่า 70 ชีวิต โดยเคลื่อนย้ายออกมาจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมออกมาอยู่ที่โรงเรียนวัดเขาดิน เพื่อให้ทาง เจ้าหน้าที่ ดูแลเยียวยาต่อไปนอกจากนี้ยังพบว่าวัดเพชรเอิม ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในช่วง รัชกาลที่ 5มีอายุมากกว่า 100 ปี ถูกน้ำท่วมทั้งวัด โบสถ์และมณมณฑป เสียหายอย่างหนัก โดยชาวบ้านบอกว่าเคยเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อช่วงปี 2556 ซึ่งในครั้งนี้ถือว่า หนักพอกันกับครั้งที่แล้ว แตกต่างตรงที่น้ำมาไวมาก จนย้ายของหนีออกไม่ทัน …

28 September 2026
ทั่วไป

ระยองอ่วม! น้ำจากอ่างประแสร์ทะลักท่วมชุมชนริมน้ำ หมูนับพันลอยคอ ทีมตอบโต้ภัยพิบัติสัตหีบเร่งช่วยอพยพขึ้นที่สูง

ระยองอ่วม! น้ำจากอ่างประแสร์ทะลักท่วมชุมชนริมน้ำ หมูนับพันลอยคอ ทีมตอบโต้ภัยพิบัติสัตหีบเร่งช่วยอพยพขึ้นที่สูงเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 ทีมตอบโต้ภัยพิบัติสัตหีบ ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หมู่ 4 ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง หลังเกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่สวนผลไม้เป็นวงกว้างจากสถานการณ์ดังกล่าว พบว่ามวลน้ำจำนวนมากจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไหลลงตามแม่น้ำประแสร์ ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะสวนทุเรียน ได้รับผลกระทบหลายร้อยครัวเรือนหลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทีมตอบโต้ภัยพิบัติสัตหีบนำกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้าพื้นที่ เร่งช่วยเหลือประชาชนและขนย้ายสิ่งของจำเป็นขึ้นสู่พื้นที่สูง โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงและระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อมา ทีมได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากพื้นที่หมู่ 5 บ้านยางงาม ต.กระแสบน อ.แกลง หลังน้ำไหลเข้าท่วมคอกหมูอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หมูนับพันตัวถูกน้ำท่วมและต้องลอยคออยู่ในน้ำ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรงทีมตอบโต้ภัยพิบัติสัตหีบจึงเร่งนำเรือท้องแบนพร้อมกำลังพลเข้าช่วยเหลือ ก่อนลำเลียงหมูออกจากคอกและนำขึ้นไปไว้บนเนินพื้นที่สูงอย่างเร่งด่วน การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรงและพื้นที่โดยรอบถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้างล่าสุด ระดับน้ำในพื้นที่เริ่มลดลงแล้ว ขณะที่ยังมีฝนตกลงมาเป็นระยะ แต่ปริมาณไม่มาก เจ้าหน้าที่และประชาชนยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือหากมีฝนตกหนักและมวลน้ำเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

28 September 2026
บรรยากาศ Pattaya International Film Festival ครั้งที่ 4 หนึ่งในกิจกรรมขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO
ท่องเที่ยว

Pattaya Film Festival 2026 เปิดจอริมชายหาด ดันพัทยาสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ UNESCO ปี 2570 Pattaya Film Festival 2026 Drives Pattaya Toward UNESCO Creative City of Film

Pattaya Film Festival 2026 เปิดจอริมชายหาด ดันพัทยาสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ UNESCO ปี 2570Pattaya Film Festival 2026 Drives Pattaya Toward UNESCO Creative City of Filmวันที่ 29 สิงหาคม 2569 บริเวณชายหาดพัทยากลาง กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี จัดพิธีเปิด “Pattaya Film Festival” มหกรรมภาพยนตร์ ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ภายใต้การจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 (Pattaya International Film Festival 2026) เพื่อขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCOโดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ นางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมจัดระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อเวนิว พัทยา และชายหาดพัทยากลาง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์ เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ พร้อมนำอุตสาหกรรมภาพยนตร์มาต่อยอดการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับพื้นที่นางยุถิกา กล่าวว่า Pattaya Film Festival ที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญในการเตรียมความพร้อมเสนอเมืองพัทยาเข้าสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO ในปี 2570 โดยพัทยามีศักยภาพทั้งด้านทุนและความหลากหลายทางวัฒนธรรม สถาบันการศึกษา บุคลากรด้านภาพยนตร์ โลเคชันสำหรับการถ่ายทำ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆหากพัทยาได้รับการคัดเลือก จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เมืองเป็นทั้ง พื้นที่ถ่ายทำและจุดหมายของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สามารถดึงทีมผลิต ผู้ประกอบการและการลงทุนเข้าสู่พื้นที่ และเชื่อมโยงรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานรากของเมืองพัทยาด้าน นายพงศ์ธสิษฐ์ กล่าวว่า ภาพยนตร์สามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางนำเสนอทุนทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวของพัทยาและจังหวัดชลบุรีสู่สายตาผู้ชม ช่วยประชาสัมพันธ์พื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคตสำหรับบริเวณชายหาดพัทยากลาง มีกิจกรรมทั้ง ตลาดเมืองสร้างสรรค์ บูธผู้ประกอบการ ร้านค้า เวิร์กช็อป วัฒนธรรมอาหาร และ Business Matching รวมถึงกิจกรรม “Director's Cut Unlock: ถอดรหัสหลังเลนส์ เจาะลึกเลนส์รุ่นใหม่” พูดคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์สั้นเยาวชน พร้อมฉายผลงานจากโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ สร้างคนทำหนัง”ช่วงค่ำมีมินิคอนเสิร์ตจาก นิก เดอะสตาร์ และการฉายภาพยนตร์กลางแปลงเรื่อง “คนเล็กหมัดเทวดา” พร้อมพากย์สดโดยทีมพากย์มาสเตอร์ ขณะที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อเวนิว พัทยา มีการจัดฉายภาพยนตร์วันละ 2 เรื่องตลอดช่วงการจัดงาน Pattaya Film Festival 2026 เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมฟรี ระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการนำภาพยนตร์เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก่อนเดินหน้าเป้าหมายผลักดัน เมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO ในปี 2570

29 August 2026
ท่องเที่ยว

อพท.–เมืองพัทยา มอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้นเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 ผลงานไทย–ต่างชาติส่งชิงกว่า 120 เรื่อง ปูทางยื่น UNESCO ปี 2570

อพท.–เมืองพัทยา มอบรางวัลประกวดภาพยนตร์สั้นเมืองพัทยา ครั้งที่ 4 ผลงานไทย–ต่างชาติส่งชิงกว่า 120 เรื่อง ปูทางยื่น UNESCO ปี 2570วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า (SF Cinema) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง หรือ อพท.พัทยา ร่วมกับเมืองพัทยา จัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัล “การประกวดภาพยนตร์สั้นเมืองพัทยา ครั้งที่ 4” ภายใต้หัวข้อ “ความยั่งยืน” พร้อมฉายผลงานภาพยนตร์สั้นที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยมี นางสาววัชรี ชูรักษา รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา ตลอดจนผู้สร้างสรรค์ผลงาน เยาวชน นักศึกษา คนในวงการภาพยนตร์ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “การประกวดภาพยนตร์สั้นกับการขับเคลื่อนเมืองพัทยาสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก” โดยผู้บริหารเมืองพัทยาและ อพท. ร่วมพูดถึงการนำภาพยนตร์มาเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองและต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งการประกวดครั้งนี้เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปโดยไม่จำกัดเพศ อายุ วุฒิการศึกษา หรือสัญชาติ ส่งผลงานภายใต้หัวข้อ “ความยั่งยืน” โดยปีนี้เพิ่มประเภทภาพยนตร์สั้นเสียงภาษาต่างประเทศ เพื่อขยายเวทีสู่ระดับนานาชาติ มีผลงานภาษาไทยส่งเข้าประกวดกว่า 90 เรื่อง และผลงานภาษาต่างประเทศกว่า 30 เรื่อง ขณะที่โครงการได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ในวงการภาพยนตร์ทั่วโลกประมาณ 60 เว็บไซต์นางสาววัชรี กล่าวว่า ผลตอบรับในปีนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดย อพท. ต้องการใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้ พัฒนาคน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมืองพัทยา หลังจากเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง 4 ปี เป้าหมายสำคัญในปี 2570 คือการผลักดันเมืองพัทยาเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network) ด้านภาพยนตร์ เพื่อยกระดับเมืองพัทยาสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติสำหรับผลการประกวด ประเภทภาพยนตร์สั้นเสียงภาษาไทย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “Same Day, Same Shore (วันนั้นของปี)” ทีม Bandon Film รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เรื่อง “Sustainable Love (รักนี้ไม่มีหมดอายุ)” ทีม WatDidWedoo รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เรื่อง “ภาษาแม่” ทีม Bozo gazano รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตรส่วน ประเภทภาพยนตร์สั้นเสียงภาษาต่างประเทศ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “The Last Spin” ทีม Nipan Studio รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เรื่อง “The Borrowed Voice” ทีม Marnoy68 รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เรื่อง “The daily angler” ทีม Ban Lao Film Production รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตรนอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยอีก 14 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รวมการประกวดทั้งสิ้น 20 รางวัล มูลค่าเงินรางวัลรวม 340,000 บาท

27 August 2026
อาชญากรรม

สืบพลูตาหลวง รวบ “นิต” หนุ่มโรงงานวัย 54 พกปืนเถื่อนติดตัว ก่อนบุกค้นบ้าน ผงะเจอปืนประดิษฐ์ รวม 9 กระบอก กระสุน 76 นัด สารภาพสะสมเองนาน 10 ปี

สืบพลูตาหลวง รวบ “นิต” หนุ่มโรงงานวัย 54 พกปืนเถื่อนติดตัว ก่อนบุกค้นบ้าน ผงะเจอปืนประดิษฐ์ รวม  9 กระบอก กระสุน 76 นัด สารภาพสะสมเองนาน 10 ปี       เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 26 ส.ค. 69 ตที่ สภ.พลูตาหลวง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชัยมงคล จันทพรม รอง ผกก.สส.สภ.พลูตาหลวง พ.ต.ต.จักรภพ อินรัญ สว.สส.สภ.พลูตาหลวง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พลูตาหลวง ร่วมกันจับกุม นายนิด  อายุ 54 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่พลูตาหลวง พร้อมของกลางอาวุธปืนรวม 9 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนหลายขนาด รวม 76 นัด        การจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายนิด มีพฤติกรรมพกพาอาวุธปืนติดตัว และมีพฤติกรรมข่มขู่บุคคลในที่ทำงาน ก่อนมีการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จึงเข้าตรวจสอบบริเวณตลาด กม.10 หมู่ที่ 1 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และขอตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้นแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ขนาด .38 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ซุกอยู่ภายในกระเป๋าสะพายที่ผู้ต้องหาพกติดตัวมา     จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน ผก 9625 ระยอง ของผู้ต้องหา ยังพบอาวุธปืนพกสั้นแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ขนาด 9 มม. อีกจำนวน 1 กระบอก ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพัก และพบอาวุธปืนเพิ่มเติมอีก 7 กระบอก รวมของกลางอาวุธปืนทั้งหมด 9 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนหลายขนาดจำนวนมากสำหรับของกลางที่ตรวจยึด ประกอบด้วย1. อาวุธปืนพกสั้นแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ขนาด .38  จำนวน 1 กระบอก2. อาวุธปืนพกสั้นแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก3. อาวุธปืนยาวแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ขนาด .22  จำนวน 2 กระบอก4. อาวุธปืนพกสั้นแบบประดิษฐ์ขึ้นเอง ขนาด .22   จำนวน 2 กระบอก5. อาวุธปืนปากกา ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก6. อาวุธปืนปากกา ขนาด .22  จำนวน 2 กระบอกรวมอาวุธปืนทั้งหมด 9 กระบอกส่วนเครื่องกระสุน ประกอบด้วย กระสุนขนาด .38  จำนวน 8 นัด, กระสุนขนาด .357 จำนวน 6 นัด, กระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 29 นัด, กระสุนขนาด .45  จำนวน 1 นัด และกระสุนขนาด .22  จำนวน 32 นัด รวมทั้งหมด 76 นัด นอกจากนี้ยังตรวจยึดซองพกผ้าสีดำสำหรับใส่ปืน จำนวน 1 อัน ซองผ้าสีดำสำหรับใส่กระสุน จำนวน 1 อัน และกระเป๋าสะพายอีกหลายใบ     เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พลูตาหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      ด้าน นายนิด ผู้ต้องหา ให้การว่า อาวุธปืนทั้งหมดเป็นของตนเอง และเป็นปืนที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง เนื่องจากเป็นคนชอบอาวุธปืนและประดิษฐ์สะสมไว้ โดยอาวุธปืนกระบอกแรกทำขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนเครื่องกระสุนอ้างว่าไปซื้อมาจากร้านขายอาวุธปืนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือ หลังประดิษฐ์อาวุธปืนเสร็จจะนำไปทดลองยิงตามไร่มันและพื้นที่ป่าใกล้บ้าน และบางครั้งนำไปยิงล่าสัตว์ เช่น กระรอก ตามต้นไม้      พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ โดยเน้นตรวจค้นและจับกุมผู้ครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมถึงการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยผิดกฎหมายทั้งในพื้นที่และช่องทางออนไลน์ เพื่อป้องกันการนำอาวุธไปใช้ก่อเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรรมหรือบุคคลที่มีอาวุธปืนผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

27 August 2026
ท่องเที่ยว

นายกพัทยาพร้อมรับทหารสหรัฐ คาด USS Abraham Lincoln เยือนไทย ทหารราว 5,000 นายพักฟื้นหลังภารกิจยาว หนุนเงินสะพัดเมืองท่องเที่ยว

นายกพัทยาพร้อมรับทหารสหรัฐ คาด USS Abraham Lincoln เยือนไทย ทหารราว 5,000 นายพักฟื้นหลังภารกิจยาว หนุนเงินสะพัดเมืองท่องเที่ยว พัทยาเตรียมพร้อมต้อนรับกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ หลังมีรายงานเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เตรียมเยือนประเทศไทยในสัปดาห์หน้า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในตะวันออกกลาง ขณะที่นายกเมืองพัทยาระบุ เมืองพร้อมดูแลความปลอดภัยและรองรับกำลังพลที่เดินทางเข้าพักผ่อน คาดหากทหารราว 5,000 นายเข้ามาใช้จ่ายในพื้นที่ อาจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 5–15 ล้านบาท USS Abraham Lincoln มีกำลังพลทั้งทหารเรือและนาวิกโยธินอยู่บนเรือประมาณ 5,000 นาย โดยมีรายงานว่า ตลอดภารกิจครั้งนี้กำลังพลไม่ได้แวะพักท่าเรืออย่างเต็มรูปแบบมานานกว่า 200 วัน ด้านกองทัพเรือไทยระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ จะเข้าเยือนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย เพื่อพักและฟื้นฟูกำลังพล รวมถึงรับการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุง โดย ไม่ใช่การฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับประเทศไทย   นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยามีโอกาสต้อนรับกำลังพลทหารสหรัฐฯ เป็นระยะ เมื่อมีเรือรบเดินทางเข้ามาในพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก โดยผู้ประกอบการในเมืองพัทยามีความยินดีที่จะต้อนรับกำลังพลที่เดินทางมาพักผ่อนหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ในด้านความปลอดภัย เมืองพัทยาจะประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่เทศกิจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและกำลังพลที่เดินทางเข้ามาใช้บริการในพื้นที่ นายกเมืองพัทยายังประเมินว่า หากกำลังพลเข้ามาพักผ่อนและใช้จ่ายในเมืองพัทยา จะส่งผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบันเทิง การเดินทาง และธุรกิจบริการต่าง ๆ โดยคาดว่ากำลังพลอาจมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อคน หากคิดจากกำลังพลประมาณ 5,000 นาย จะคิดเป็นเม็ดเงินเบื้องต้นประมาณ 5–15 ล้านบาท หากกำลังพลทั้งหมดเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในพัทยาตามกรอบดังกล่าว ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการจากค่าใช้จ่ายต่อคนที่นายกเมืองพัทยาระบุ และยังขึ้นอยู่กับจำนวนกำลังพลที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งและเดินทางเข้ามาในพื้นที่จริง สำหรับ เรือUSS Abraham Lincoln มีกำลังพลทั้งทหารเรือและนาวิกโยธินอยู่บนเรือประมาณ 5,000 นาย พร้อมเรือทั้งหมด 3 ลำ จะเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบังวันที่2 ถึง 6 กันยายน 2569

26 August 2026
ท่องเที่ยว

รองกฤษณะร่วมกิจกรรม “เก็บรักษ์” ปลูกพลังจิตอาสาเยาวชน ร่วมดูแลชายหาดพัทยา

รองกฤษณะร่วมกิจกรรม “เก็บรักษ์” ปลูกพลังจิตอาสาเยาวชน ร่วมดูแลชายหาดพัทยาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 บริเวณชายหาดพัทยาเหนือ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา มอบหมายให้ นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะผู้บริหารเมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรม “เก็บรักษ์” นำนักเรียนจิตอาสาร่วมเก็บขยะและดูแลความสะอาดชายหาด เพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะและสร้างความตระหนักด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยงานส่งเสริมประชาธิปไตยและสภานักเรียน โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร โดยมีนักเรียนจิตอาสาและคณะกรรมการสภานักเรียนร่วมกันเก็บขยะตลอดบริเวณชายหาดพัทยาเหนือ พร้อมช่วยกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบของพื้นที่สาธารณะการจัดกิจกรรมมุ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมทำประโยชน์เพื่อสังคม เรียนรู้การทำงานจิตอาสา และตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะชายหาดพัทยาซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนอกจากช่วยสร้างความสะอาดและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองพัทยาแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน เพื่อส่งต่อพลังจิตอาสาและการมีส่วนร่วมดูแลเมืองอย่างยั่งยืน

23 August 2026
ท่องเที่ยว

โบลท์ ประเทศไทย บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย

โบลท์ ประเทศไทย  บุกพัทยา! เปิดโครงการ “Bolt Sure” หนุนคนขับเข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย เผยต่างชาติใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ ตั้งเป้าใบอนุญาตครบ 100% ก.ย.นี้          เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เปิดโครงการ “Bolt Sure” สนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมยกกิจกรรม “Booster Days” ลงพื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 อำนวยความสะดวกคนขับในพื้นที่พัทยา ขณะที่บริษัทเผย พัทยาเป็นตลาดสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารต่างชาติที่มีสัดส่วนการใช้บริการสูงกว่ากรุงเทพฯ พร้อมเดินหน้าสร้างแรงจูงใจและปรับบริการให้สอดคล้องกับต้นทุนของผู้ขับขี่ในพื้นที่นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำโบลท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ “Bolt Sure” จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางดิจิทัลของโบลท์ โดยมีทีมงานคอยให้คำแนะนำ ตรวจสอบเอกสาร และช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับ เมืองพัทยา บริษัทมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจากมีผู้ขับขี่จำนวนมากให้ความสนใจเข้าสู่ระบบ ขณะเดียวกันพัทยายังมีโครงสร้างผู้โดยสารที่แตกต่างจากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาตินายณัฐดนย์ ระบุว่า หากพิจารณาสัดส่วนผู้ใช้บริการในพัทยา จะพบว่ามีชาวต่างชาติใช้บริการค่อนข้างมาก และมีสัดส่วนสูงกว่ากรุงเทพฯ สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ บริษัทจึงพยายามพัฒนาฐานลูกค้าให้มีความหลากหลาย รวมถึงออกมาตรการจูงใจ โบนัส และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับขี่พร้อมกันนี้ บริษัทยังพยายามปรับมาตรการด้านแรงจูงใจและราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ในพื้นที่พัทยา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่และรักษาสมดุลของระบบบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวล่าสุด วันที่ 21 สิงหาคม โบลท์ได้นำกิจกรรม “Booster Days” มาจัดที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ช่วยตรวจสอบเอกสาร และอำนวยความสะดวกด้านการลงทะเบียน โดยพบว่ามีผู้ขับขี่ให้ความสนใจเข้าร่วมและเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อกำหนดนายณัฐดนย์ กล่าวว่า การตอบรับของผู้ขับขี่ในพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ขณะที่แนวนโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้ผู้ให้บริการและผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎหมายถือเป็นทิศทางที่ดี ซึ่งโบลท์ให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนอกจากการให้คำปรึกษาแล้ว โบลท์ยังใช้มาตรการจูงใจทางการเงิน โดยผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและอัปโหลดเข้าสู่ระบบจะได้รับโบนัส 500 บาท พร้อมสิทธิ์ส่วนลดอัตราค่าคอมมิชชันพิเศษ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับส่วนลด 6% และรถยนต์ได้รับส่วนลด 5%บริษัทระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายในปี 2568 ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะและจดทะเบียนยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 โบลท์กำหนดให้ผู้ขับขี่รายใหม่ทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะก่อนเข้าร่วมแพลตฟอร์ม สอดคล้องกับแนวนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันข้อมูลของบริษัทระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วมากกว่า 100,000 ราย และตั้งเป้าให้ผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มดำเนินการอย่างถูกต้องครบ 100% ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569นายณัฐดนย์กล่าวว่า ผู้ขับขี่หลายหมื่นคนทั่วประเทศพึ่งพาแพลตฟอร์มในการสร้างรายได้ บริษัทจึงมองว่าการปฏิบัติตามกฎหมายไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ “Bolt Sure” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงเครื่องมือ คำแนะนำ และแรงจูงใจที่จำเป็นได้ง่ายขึ้นบริษัทเชื่อว่าการลดอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ภาครัฐ และระบบคมนาคมโดยรวม พร้อมเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงการ เพื่อยกระดับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันให้มีความปลอดภัย โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พัทยา ที่มีทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการเป็นจำนวนมาก

21 August 2026
ทั่วไป

เมืองพัทยาเปิด “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ช่วยลดค่าครองชีพ ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน**

 เมืองพัทยาเปิด “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ช่วยลดค่าครองชีพ ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน (14 สิงหาคม 2569) ณ บริเวณหน้ากลุ่มงานกฎหมาย อาคาร 2 ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดกิจกรรม ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” โดยมีคณะผู้บริหารเมืองพัทยา เลขานุการนายกเมืองพัทยา ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมร่วมอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างคึกคัก เมืองพัทยาจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดหลากหลายประเภท อาทิ อาหารสด อาหารปรุงสุก ผักปลอดสารพิษ สมุนไพร ไข่ไก่สด รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าทั้งนี้ เมืองพัทยามุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจระดับชุมชน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยกิจกรรม “ตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยลดภาระค่าครองชีพ สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้า อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนตลาดชุมชนคนไทยยิ้มได้” ช้อปคุ้ม ช่วยชุมชน อุดหนุนของดีราคาประหยัด เปิดจำหน่ายทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ณ บริเวณหน้ากลุ่มงานกฎหมาย อาคาร 2 ศาลาว่าการเมืองพัทยา ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

14 August 2026
ท่องเที่ยว

“รองวุฒิศักดิ์” สั่งจัดระเบียบที่จอดรถเลียบหาดพัทยา ลด Bus Stop เพิ่มพื้นที่จอดรถนักท่องเที่ยว

“รองวุฒิศักดิ์” สั่งจัดระเบียบที่จอดรถเลียบหาดพัทยา ลด Bus Stop เพิ่มพื้นที่จอดรถนักท่องเที่ยว  ณ ห้องประชุม 231 ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบการจอดรถในถนนเลียบชายหาดพัทยา ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ อำเภอบางละมุง ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง สหกรณ์เดินรถสองแถวพัทยา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องการประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน แก้ไขปัญหาการจอดรถที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยเฉพาะการนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์มาจอดเพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าบนถนนเลียบชายหาด ทำให้พื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวลดลง รวมถึงปัญหาการนำเก้าอี้พับมาปล่อยเช่า การทิ้งขยะ และการดื่มสุราสร้างความเดือดร้อนรำคาญเมืองพัทยาจึงกำหนดไม่อนุญาตให้นำรถมาจอดบนถนนเลียบชายหาดเพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าหรือประกอบธุรกิจอื่น พร้อมออกประกาศเมืองพัทยา เรื่องการจัดระเบียบการจอดรถในถนนเลียบชายหาด พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และข้อบัญญัติเมืองพัทยา เรื่องการจัดระเบียบการจอดรถในเขตเมืองพัทยา พ.ศ. 2567 โดยเริ่มบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมาสำหรับผลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1-11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายบริเวณแนวถนนที่ตีเส้นขาว-แดงตลอดชายหาด แม้ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ แต่พบผู้ฝ่าฝืน 83 ราย เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับ ปรับ ล็อกล้อ และออกบันทึกจับกุมตามขั้นตอนอย่างไรก็ตาม ยังพบอุปสรรคในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเส้นขาว-แดงบนทางเท้าที่ไม่ชัดเจน รวมถึงบางจุดที่ยกเลิกการห้ามจอดไปแล้วแต่ยังมีสีเดิมหลงเหลืออยู่ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน นอกจากนี้ยังพบรถสองแถวรับ-ส่งผู้โดยสารนอกพื้นที่ Bus Stop และกรณีรถของเจ้าหน้าที่ถูกล็อกล้อ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ประชุมจึงเสนอให้พิจารณาเพิ่มช่องจอดรถจักรยานยนต์ พร้อมจัดทำป้ายและประชาสัมพันธ์ประเภทพื้นที่จอดให้ชัดเจน รวมถึงทบทวนพื้นที่ห้ามจอดบางจุดที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อเพิ่มพื้นที่จอดรถให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนพิจารณาหลักเกณฑ์การผ่อนผันการจอดในช่วงวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้านนายวุฒิศักดิ์ เสนอให้ปรับลดขนาดพื้นที่จุดจอดรถรับ-ส่งของสหกรณ์สองแถว หรือ Bus Stop ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 15 จุด โดยกำหนดจุดจอดขนาดใหญ่ประมาณ 5 จุด สำหรับรองรับรถบัสได้ด้วย ขณะที่อีก 10 จุดให้ปรับลดขนาดพื้นที่ลง และกำชับไม่ให้รถจอดแช่ เพื่อคืนพื้นที่บางส่วนให้เป็นพื้นที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งนี้ เมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่สำรวจและประเมินสภาพพื้นที่จริงอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณโค้งดุสิตเป็นต้นไป เพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดแนวทางจัดระเบียบการจอดรถให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสามารถรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

13 August 2026
สิ่งแวดล้อม

คนรักษ์เขาไผ่ จี้ทบทวนพื้นที่ 33 ไร่ ห่วงโครงการศูนย์สุนัขจรจัดกระทบป่าต้นน้ำ–คลองน้ำขาว

คนรักษ์เขาไผ่ จี้ทบทวนพื้นที่ 33 ไร่ ห่วงโครงการศูนย์สุนัขจรจัดกระทบป่าต้นน้ำ–คลองน้ำขาว ชงเชิญนายกพัทยาชี้แจง กมธ. จากที่  นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาปัญหาการออกเอกสารสิทธิและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าและเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ส.ป.ก. และตัวแทนภาคประชาชนเข้าชี้แจง หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ คือกรณีพื้นที่ป่าเขาไผ่ ซึ่งภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวคิดการขอใช้พื้นที่ของเมืองพัทยา เพื่อดำเนินโครงการดูแลสุนัขจรจัด โดยกังวลว่าพื้นที่บางส่วนอยู่ใกล้แหล่งต้นน้ำและลำคลอง อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต   ล่าสุด  ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ  นายสุไอนี เจริญสุข ประธานชมรมคนรักษ์เขาไผ่ เปิดเผยว่า ทางชมรมติดตามปัญหาในพื้นที่เขาไผ่มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดเหตุไฟไหม้ป่าบริเวณลำห้วยช้างตายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเชื่อมโยงกับระบบต้นน้ำของน้ำตกโกรกหมาตาย รวมถึงติดตามปัญหาการรังวัดที่ดินและการบุกรุกใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า นายสุไอนีระบุว่า ในที่ประชุม กมธ. มีการสอบถามถึงโครงการศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า เมืองพัทยาเคยมีแนวคิดขอใช้พื้นที่บริเวณด้านทิศใต้ของเขาไผ่ ติดแนวถนน ในพื้นที่ประมาณ 33 ไร่ นายสุไอนีกล่าวว่า ภาคประชาชนไม่ได้คัดค้านแนวคิดการจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด เนื่องจากเห็นว่าปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่พัทยาและบางละมุงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ แต่สิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือ “ความเหมาะสมของพื้นที่” จากการลงสำรวจพื้นที่ นายสุไอนีอ้างว่า บริเวณดังกล่าวมีสภาพลาดเอียงลงสู่ “คลองน้ำขาว” ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่ห้วยใหญ่และพื้นที่ปลายน้ำ จึงกังวลว่าหากมีการก่อสร้างศูนย์ดูแลสุนัขจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงจากน้ำเสียหรือของเสียไหลลงสู่ลำคลอง หากระบบบริหารจัดการไม่เพียงพอ “เราเห็นด้วยกับการดูแลสุนัขจรจัด แต่ไม่อยากให้การแก้ปัญหาจากพื้นที่หนึ่ง กลายเป็นการสร้างปัญหาให้อีกพื้นที่หนึ่ง เรื่องน้ำและป่าต้นน้ำมีความสำคัญ หากมีพื้นที่ราบและอยู่ห่างจากลำห้วย ก็ควรนำมาเปรียบเทียบความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ” นายสุไอนีกล่าว ประธานชมรมคนรักษ์เขาไผ่ยังระบุว่า พื้นที่บริเวณนี้เคยมีปัญหาการเข้าบุกรุก แผ้วถาง และความพยายามเข้าครอบครองพื้นที่มาก่อน จึงต้องการให้การใช้พื้นที่ของหน่วยงานรัฐมีความชัดเจน โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูล ส่วนความคืบหน้าของโครงการ นายสุไอนีระบุว่า จากข้อมูลที่ตนติดตามจากการเผยแพร่ข้อมูลของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าใจว่าโครงการได้ผ่านการพิจารณาในระดับหนึ่งแล้ว และเคยมีการกล่าวถึงงบประมาณประมาณ 40 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังควรได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเมืองพัทยาและหน่วยงานเจ้าของพื้นที่อีกครั้ง นายสุไอนียังเสนอว่า หากเมืองพัทยามีความจำเป็นต้องจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดจริง ควรพิจารณาพื้นที่ทางเลือกที่เป็นพื้นที่ราบ อยู่ห่างจากชุมชนและแหล่งน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ รวมทั้งควรมีการศึกษาผลกระทบและระบบจัดการน้ำเสีย ของเสีย กลิ่น และสุขอนามัยอย่างรอบด้าน สำหรับการประชุม กมธ.ครั้งดังกล่าว เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ นายชีวะภาพได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง นายสุไอนีระบุด้วยว่า มีแนวคิดเสนอให้เชิญผู้บริหารเมืองพัทยาเข้าร่วมชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อให้ข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับโครงการ ทั้งสถานะการดำเนินงาน เหตุผลในการเลือกพื้นที่ ขนาดพื้นที่ งบประมาณ และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อแหล่งน้ำและป่าเขาไผ่ “อยากให้ทุกฝ่ายมาชี้แจงต่อหน้ากัน จะได้รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง และโครงการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว หากพื้นที่นี้ไม่เหมาะสมก็อยากให้พิจารณาพื้นที่อื่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ห่างจากลำห้วยและไม่กระทบป่าต้นน้ำ” นายสุไอนีกล่าว

13 August 2026